ประเด็นเด็ดๆประจำสัปดาห์ ประจำวันที่ 3-10 ก.พ. 63

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกซึ่งส่งผลในทางลบต่อตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว

และกลุ่มการบิน อีกทั้งราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงสะท้อนดีมานด์ที่ลดลงจากเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวจากไวรัสโคโรนา

[US] – สัปดาห์ที่ผ่านมา FOMC ยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิมที่ 1.50-1.75% และยังเน้นย้ำการผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้เข้าใกล้เป้าหมายที่ระดับ 2% ส่วนสัปดาห์นี้ติดตาม

1) ดัชนีภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนม.ค. (ISM) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เดือนม.ค.

2) สถานการณ์ Inverted Yield Curve ในตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯซึ่งเป็นสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

3) การลงมติถอดถอนทรัมป์ในวันที่ 5 ก.พ.

[EU] – อังกฤษออกจาก EU อย่างเป็นทางการ (BREXIT) ในวันที่ 31 ม.ค.ติดตามการเจรจาทางกระหว่างอังกฤษและประเทศต่างๆใน EU  

[ASIA]– สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นในเอเชียยังคงได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า และตลาดหุ้นจีนได้กลับมาเปิดทำการเป็นวันแรกหลังปิดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน


[CHINA] – ติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนาที่ยังคงแพร่ระบาดในจีนซึ่งส่งผลต่อการหยุดโรงงานในจีนเพื่อควยคุมการแพร่ระบาดบวกกับติดตามสถานการณ์ไข้หวัดนก (H5N1) บวกกับตลาดหุ้นจีนกลับมาเปิดทำการในวันที่ 3 ก.พ.เป็นวันแรก


ยังคงมีปัจจัยในทางลบเข้ามากระทบตลาดหุ้นเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะๆโดยเฉพาะตัวเลขการติดเชื้อไวรัส ที่ขยายไปเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งทางการแพทย์เริ่มพิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถแพร่กระจายเชื้อโรคจากคนสู่คนได้แล้วแม้ว่าตัวเลขอัตราการเสียชีวิตยังไม่สูงเท่าเชื้อไวรัส SARS แต่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงที่เชื้อไวรัส SARS แพร่ระบาดแล้วปัจจัยที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ จำนวนผู้ป่วยและอัตราการตายจากเชื้อไวรัสในระยะ1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้ เพราะคาดว่าเป็นช่วงพักตัวของเชื้อไวรัส หากในระยะเวลาดังกล่าวพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยและอัตราการตายจากเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้นมากจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรุนแรงจากประเด็นนี้ ว่าจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงในระยะกลางถึงยาวผลจากการที่ประเทศจีนเป็น Supply Chain หลักของหลายๆ อุตสาหกรรมในโลก และรวมถึงกระทบต่อธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการให้บริการทั่วโลกอีกด้วย


Recommended Action

จับตาดูจำนวนผู้ป่วยและอัตราการตายจากเชื้อไวรัสในระยะ1-2 สัปดาห์ต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวลดลงมาอย่างรุนแรงจากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v