ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 16-22 ธ.ค. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -สหรัฐฯ ยกเว้นการขึ้นภาษีนำเข้าจีนกลุ่มที่เตรียมจัดเก็บในวันที่ 15 ธ.ค.และลดภาษีกลุ่มสินค้ามูลค่า 1.2 แสนล้านดอลลาร์ ลงมาเหลือ 7.5% จากเดิมที่จัดเก็บ 15% ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแต่งกายและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แลกกับรัฐบาลจีนต้องซื้อสินค้าเกษตรมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ขณะที่ผลเลือกตั้ง UK นาย Boris Johnson ชนะและครองเสียงข้างมากในสภาเพิ่มอัตราต่อรองประเด็น Brexit โดยนโยบายหลักของเขาคือจะพาสหราชอาณาจักรออกจาก EU ให้ได้ทันทีภายในเดือนแรกของปี 2020 ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นราว 2%

[US] – Fed คงดอกเบี้ยตามคาดและมีมุมมองที่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านอัตราว่างงานในระดับต่ำมาก Dot plot แสดงให้เห็นโอกาสคงดอกเบี้ยตลอดปี 2020 ซึ่งประธาน Fed ชี้ว่าการจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตต้องมาจากเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนทางด้านตัวเลข Retail Sales เดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% MoM น้อยกว่าคาดที่ระดับ 0.5% MoM

[EU] – ECB ประกาศคงดอกเบี้ยและทำ QE วงเงิน 2 หมื่นล้านยูโรต่อไป ทั้งนี้สภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นหลังตัวเลข ZEW

Economic Sentiment เดือนธ.ค.อยู่ที่ 11.2 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าจะติดลบอย่างไรก็ตาม Manufacturing PMI อยู่ที่ 45.9 ยังคงต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวที่ช้า ทั้งนี้สหภาพยุโรปอาจโดนสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมต่อไวน์ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงอาจพิจารณาปรับขึ้นภาษีเครื่องบินพาณิชย์และสินค้าเกษตรไปที่ 100% ตามข้อกล่าวหาที่ EU ให้เงินอุดหนุน Airbus แข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม

[CHINA]– Industrial Production เดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 6.2% YoY หลังรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องในปีนี้ สอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 4.5% ตามการขยายตัวเศรษฐกิจในประเทศและผลของราคาเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้นจากโรคระบาด ทางด้านหน่วยราชการจีนเตรียมยกเลิก ใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเพื่อหวังดันศักยภาพและพึ่งพาอุตสาหกรรมในประเทศเป็นหลักและลดความเสี่ยงปัญหาขัดแย้งกับสหรัฐฯ ที่จะบานปลายในอนาคต

[Asia] – ธนาคารกลางหลายประเทศเลือกปรับลดดอกเบี้ยต่อ โดยตุรกีปรับลด 2.00% ถือเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 4 จากแรงกดดันเงินเฟ้อปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากอุตสาหกรรม Memory semiconductor ที่บริษัท SK Hynix และ Samsung ครองตลาดมากกว่า 50% มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปีหน้า



สหรัฐฯเลือกผ่อนคลายความขัดแย้งกับจีนเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร แต่สหรัฐฯ เลือกที่จะเดินเกมกดดันประเทศอื่น ๆ

โดยการขึ้นภาษีสินค้ามูลค่าไม่มากแต่บังคับใช้ต่อหลายประเทศเพื่อเป็นการเรียกคะแนนเสียงตามนโยบาย American First ของนาย Donald Trump ที่จะลงเลือกตั้งใหม่ในช่วงสิ้นปี 2020 ทั้งนี้มาตรกีดกันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป แต่จะเน้นไปที่กลุ่มชี้เฉพาะ เช่น โดรนหรือ 5G เพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบในช่วงระยะสั้น


Recommended Action

ซื้อหุ้นบริษัทสหรัฐฯที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกีดกันสินค้าต่างชาติและหุ้นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อกลุ่มคนวัย Millennial หรือชนชั้นกลางจีน

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2562