ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 25 พ.ย. – 1 ธ.ค. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -นาย Liu He ผู้แทนเจรจาการค้าจีนเปิดเผยแผนการที่จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เปิดตลาดการเงิน และการบังคับใช้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ถือเป็นสัญญานบวกตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯที่หวังให้เกิดข้อตกลงการค้าระหว่างกัน ขณะที่การดีเบตระหว่างผู้นำพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านของอังกฤษก่อนการเลือกตั้งใหญ่ นาย Boris Johnson ยืนยันจะทำให้เกิด Brexit ตามข้อตกลงเดิม ส่วนนาย Jeremy Corbyn ยังไม่ชัดเจนต่อประเด็นดังกล่าวแต่เปิดเผยนโยบายที่จะเพิ่มเงินลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคครั้งใหญ่

[US] –ผลการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 29–30 ต.ค.คณะกรรมการมองตลาดแรงงานแข็งแกร่งมากแต่เข้าใกล้จุด Full employment แล้วเนื่องจากตัวเลขการจ้างงานปรับตัวขึ้นช้าลงซึ่งความเสี่ยงเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เป็นความเสี่ยงหลักคือหนี้เอกชนสูงมากและไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจทางด้าน Trump เรียกประธาน Fed เข้าพบเพื่อหารือต่อนโยบายการเงินในปัจจุบันและผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้ากับยุโรปและจีน ซึ่งประธาน Fed ย้ำว่าจะดำเนินนโยบายตามตัวเลขเศรษฐกิจโดยไม่นำอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาพิจารณา


[EU] –อุตสาหกรรมการผลิตยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น หลัง Manufacturing PMI เดือนพ.ย.อยู่ที่ 46.6 ตามการฟื้นตัวของทั้งเยอรมนีและฝรั่งเศสอย่างไรก็ตามพบความเสี่ยงสำคัญคือเชื้อ African Swine ซึ่งเป็นโรคระบาดในหมูถูกตรวจพบที่ฟาร์มในโปแลนด์โดยปัจจุบันโรคนี้มีการแพร่ระบาดอย่างหนักในจีนส่งผลให้ต้องมีการทำลายหมูและปิดโรงงานไปจำนวนมากนั้นหมายถึงถ้าโรคนี้แพร่เข้ามาสู่ยุโรปย่อมสร้างปัญหาหนักต่อภาคการผลิตอาหาร

[CHINA]จีนลดดอกเบี้ยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจแม้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายแล้วแต่ยืนยันจะไม่เร่งกระตุ้นมากเกินไปเหมือนในอดีตที่ทำให้เกิดการเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงขณะที่ Alibaba ภายหลัง IPO เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดเผยว่ายังยึดมั่นในแนวทางของบริษัทที่จะมุ่งเน้นทำ Digital economy ผ่านการมีผู้ใช้งานเกือบ 1 พันล้านราย ซึ่งการ IPO ครั้งนี้ถือเป็นการลดความเสี่ยงพึ่งพาตลาดหุ้นสหรัฐฯที่มักถูกนำมาเป็นข้อต่อรองการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน

[Asia] –เงินเฟ้อญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.2% YoY ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันและยังห่างจากเป้าหมาย 2% ของ BOJ ทางด้านยอดส่งออกหดตัวต่อเนื่อง และหดตัวต่อในทุกตลาดใหญ่ทั้งจีน สหรัฐฯ และเอเชีย โดยสะท้อนมายัง Manufacturing PMI อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 เกือบทั้งปี สอดคล้องกับภาคส่งออกไทยที่ปีนี้สามารถขยายตัวได้เพียง 2 เดือนจากทั้งหมด 11 เดือนที่ผ่านมา 


ภาคการผลิตในสหรัฐฯ ยุโรป และจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงต่อจากนี้ถ้าทั้งสหรัฐฯ และจีนสามารถทำข้อตกลงการค้าระหว่างกันได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันมีสัญญานทางบวกมากขึ้นจากทั้ง 2 ฝ่ายที่ต้องการให้ยุติปัญหานี้ชั่วคราวโดยเฉพาะนาย Donald Trump ซึ่งจะต้องลงเลือกตั้งในช่วงปลายปีหน้าและฐานเสียงของเขาบางส่วนกำลังเดือดร้อนจากความขัดแย้งกับจีน


Recommended Action

เข้าลงทุนในตลาด Developed Market (DM) และเลือกบริษัทที่มี Competitive advantage ชัดเจนจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562