ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 18-24 พ.ย. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -ประเด็นที่สหรัฐฯเรียกร้องให้ญี่ปุ่นจ่ายเงินเพิ่มเป็น 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อให้กองทัพสหรัฐฯ คงอยู่ในประเทศต่อไป รวมถึงการที่คณะทำงานของนาย Donald Trump แถลงข่าวต่อเนื่องว่าใกล้ได้ข้อตกลงการค้ากับจีนเป็นการดึงคะแนนนิยมกลับมา หลังจากกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีเริ่มต้นขึ้นซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครนได้เข้าให้การว่าประธานาธิบดี Trump มีแนวโน้มใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ส่วนตัว

[US] –Jerome Powell ประธาน Fed แถลงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้ในระดับปานกลางด้วยตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางการค้าถือเป็นสิ่งที่ต้องนำมาประเมินร่วมด้วยซึ่งสภาวะปัจจุบัน Fed เชื่อว่าระดับดอกเบี้ยเหมาะสมแล้วและจะไม่มีการปรับในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ตัวเลข Retail Sales เดือนต.ค.ขยายตัว 0.3% MoM โดยเมื่อรวมกับระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สูงมากในปัจจุบันภาคการบริโภค (Consumption) ย่อมสามารถขยายตัวได้ต่อและจะเป็นตัวส่งผ่านไปยัง GDP สหรัฐฯ

[EU] –ZEW Economic Sentiment ของเยอรมนีเดือนพ.ย.อยู่ที่ระดับ -2.1 มากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้และสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีนเพิ่มสูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาพเศรษฐกิจยุโรปในช่วง 6 เดือน – 12 เดือนต่อจากนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้นถ้าไม่เจอภาวะ

Shock เหมือนช่วงเดือนพ.ค. ขณะที่ค่าเงินปอนด์มีโอกาสแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 เดือนเนื่องจากผลโพลสำรวจคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกฯ ชี้ให้เห็นว่าพรรค Conservative ของนาย Boris Johnson มีคะแนนนำและจะช่วยให้เกิด Brexit ได้ตามแผนที่วางไว้

[CHINA]ยอดขายวัน Singles day ของ Alibaba ทำสถิติสูงที่สุดอีกครั้ง โดยปีนี้มียอดขายรวม 268,000 ล้านหยวนเติบโตราว 20% จากปีที่แล้วนั้นหมายถึงเศรษฐกิจจีนไม่ได้แย่เหมือนที่หลายฝ่ายกังวล ซึ่งหลังความสำเร็จนี้ Alibaba มีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงเป็นแห่งที่ 2 เพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มักนำประเด็นว่ามีบริษัทจีนจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาเป็นข้อต่อรอง

[Asia] –GDP ไตรมาส 3 ญี่ปุ่นขยายตัวเพียง 0.1% QoQ ซึ่งถ้าสถานการณ์ Supply Chain สินค้าในเอเชียยังไม่ดีขึ้นในช่วงไตรมาส 4 เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างไรก็ตาม ท่าทีของ BoJ ซึ่งส่งสัญญานอาจพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้นและเพิ่มปริมาณ QE ช่วยให้ดัชนี Nikkei เตรียมทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1991 ทางด้านยอดส่งออกเกาหลีใต้เดือนต.ค. -14.8% YoY หดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี แต่ด้วยภาพอุตสาหกรรม Semiconductor ที่จะขยายตัวในช่วงต่อจากนี้จะเป็นตัวผลักดันให้ภาคการส่งออกเกาหลีใต้ขยายตัวได้ในช่วงปีหน้า


ภาพเศรษฐกิจโดยรวมชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นจะสามารถปรับตัวขึ้นได้จนถึงช่วงสิ้นปีเป็นอย่างน้อยโดยบริษัทที่น่าสนใจในการเข้าลงทุนคือกลุ่มที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้และได้ช่วยให้ตัวเองมีความสามารถเหนือคู่แข่งในอุตสาหกรรมมาก โดยถือเป็น Competitive advantage สำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโต


Recommended Action

เข้าซื้อหุ้นที่มี Competitive Advantage ชัดเจน และยังเหลือตลาดให้สามารถขยายยอดขายได้อีกมาก

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562