ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 11 – 17 พ.ย. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] – โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนแถลงผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯคืบหน้าไปในทางที่ดี ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะมีการลดภาษีนำเข้าบางส่วนที่บังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ปธน. Donald Trump เปิดเผยว่าสถานที่ซึ่งจะมีการเซ็นสัญญากับจีนนั้นจะให้จัดขึ้นที่สหรัฐฯ โดยจะเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบหนักจากสงครามการค้า แสดงให้เห็นว่า Trump กำลังสูญเสียคะแนนนิยมในรัฐดังกล่าวและจำเป็นต้องเร่งให้เกิดข้อตกลงเพื่อดึงคะแนนเสียงกลับมา

[US] –มูลค่าขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ประจำเดือนก.ย.อยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ถือเป็นระดับที่มากกว่าเดิมก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าต่อจีน แสดงให้เห็นว่านโยบายนาย Donald Trump ไม่ได้ลดการขาดดุลตามที่ตั้งใจไว้อย่างไรก็ตาม ตัวเลข ISM Non-Manufacturing PMI ประจำเดือ ต.ค.อยู่ที่ระดับ 54.7 ชี้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างดีเนื่องจากภาคการบริการ (Service) คิดเป็นขนาดเกือบ 80% ต่อ GDP

[EU] –BoE ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 0.75% และถือครองทรัพย์สิน QE ที่ระดับเดิม โดยมีมุมมองต่อเศรษฐกิจของ U.K. ที่ดีขึ้นในช่วงปีหน้าเนื่องจากโอกาสเกิด No-Deal Brexit ลดลงจากข้อตกลงภายในรัฐสภาอังกฤษและต่อกลุ่ม EU ทางด้านเศรษฐกิจภายในกลุ่ม EU เองแสดงให้เห็นด้านบวก โดย Services PMI ประจำเดือนต.ค.อยู่ที่ 52.2 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ซึ่งเมื่อเจาะลึกไปที่ 2 ประเทศผู้นำกลุ่ม คือ ฝรั่งเศสและเยอรมนี จะเห็นว่า Service PMI ของฝรั่งเศสนั้นอยู่ที่ 52.9 มากกว่าทั้งเยอรมนีและค่าเฉลี่ยกลุ่ม EU นั้นหมายถึงเศรษฐกิจฝรั่งเศสฟื้นตัวได้ดีในช่วงที่ผ่านมา

[CHINA]ปธน. Xi Jinping ยืนยันเตรียมเปิดให้ต่างชาติเข้าทำธุรกิจในจีนได้มากขึ้นขานรับกับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯส่งผลให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นราว 1% นับจากเดือนที่แล้วขณะที่ Huawei มีลุ้นได้รับการยินยอมให้ซื้อของจากบริษัทสหรัฐฯ ถ้าข้อตกลงการค้าลุล่วงไปตามที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องการ ทั้งนี้มูลค่าส่งออกสินค้าจีนเดือนต.ค.หดตัว -0.9% YoY ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

[Asia] –ผลการประชุม ASEAN Summit สามารถจัดตั้งกลุ่มการค้า RCEP ได้เป็นผลสำเร็จซึ่งจะประกอบด้วย 10 ประเทศอาเซียนร่วมกับจีน เกาหลีใต้ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์นั้นหมายถึงถ้า RCEP มีผลบังคับใช้จะเป็นเขตการค้าซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามอินเดียได้ถอนตัวออกไปเนื่องจากภาคการเมืองในประเทศคัดค้านว่าสินค้าราคาต้นทุนต่ำจากจีนจะทะลักเข้าประเทศอย่างหนัก แต่รัฐบาลอินเดียเผยว่ายังไม่ปิดโอกาสการเข้าร่วมในอนาคต


ตัวเลขเศรษฐกิจส่วนใหญ่ออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ชี้ให้เห็นว่าจุด Bottom ของตลาดหุ้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว และแนวโน้มที่ข้อตกลงการค้าบางส่วนสหรัฐฯ-จีนจะเกิดขึ้นได้ในเร็วนี้ย่อมช่วยให้สภาวะการลงทุนในปีหน้าดีกว่าปีนี้ โดยประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่นาย Donald Trump จะต้องเข้ารับเลือกตั้งซึ่งต้องหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ


Recommended Action

เข้าซื้อหุ้นที่มี Competitive Advantage ชัดเจน โดยส่วนใหญ่มักเป็นบริษัทจากประเทศพัฒนาแล้วที่มีความสามารถเหนือกว่าบริษัทเล็กๆมาก เพราะได้รับประโยชน์ทางตรงจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562