สรุป Alibaba e-commerce โดย พงษ์ธร ถาวรธนากุล,CFA

• มูลค่าการซื้อขายของ วันคนโสด 11.11 ปีที่แล้ว = 213 พันล้านหยวน ถ้าเอาเงินมูลค่าเท่ากันมาเรียงซ้อนไปเรื่อย จะได้เท่ากับความสูงของเอเวอเรสก์ 24 ลูก (แต่น่าแปลกที่ พอถามถึงรายการสุดท้ายที่ส่งมอบถึงลูกค้า จากคำสั่งในวันนั้น ช้าสุดใช้เวลากี่วัน กลับไม่มีข้อมูลตอบชัดเจน)

• ในจีนมี แพลทฟอร์ม e-commerce 2655 ตัว Ali กินส่วนแบ่ง 58% ของตลาด รองมาเป็น JD ที่ 15% (ห่างมาก) แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงแค่ 20% ของตลาด retail ทั้งหมด

• แจคหม่า สร้างกลุ่มบริษัทในคอนเซปของ “สวนสัตว์” คือ มององค์กรเป็นสัตว์ที่มีความร่าเริง มีชีวิตชีวา และคนที่เห็นก็มักจะยิ้มได้ ยิ้มได้ก็มีความสุขใช้บริการ ตั้งใจให้ alibaba สามารถอยู่ได้ถึง 102 ปี ซึ่งตัวแจ็คเอง มองว่าตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่มาก

• การพัฒนาที่ถือเป็นความสำเร็จของจีน มี 4 อย่าง mobile payment / shared bike / high speed train และ online shopping

• การใช้ data สนับสนุนการบริการ online ช่วงแรกจะมีความ error บานเบอะ เช่น สตอคสินค้าเหลือ ขายไม่ได้ แต่เมื่อมีการเก็บ Data Feed back loop กลับมาพัฒนาการจัดการ เชื่อว่าระบบ มันจะมีประสิทธิภาพได้ในเวลาไม่เกิน 1 เดือน

• ร้านที่เคยทำ offline ต้องยอมรับก่อนว่า experience ของลูกค้าจะแย่ลง (เช่น ต้องสมัครสมาชิก กรอกข้อมูล) แต่ในระยะยาวแล้วจะช่วยให้บริหารกิจการได้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น (ถือสตอคน้อยมากหรือไม่มีเลย)

• ปัจจัยการทำ Commerce คือ place + product + people ถ้า online ทำหน้าที่ในแต่ละส่วนแทนได้ ก็เป็นทางออกของธุรกิจ offline

• Supply chain ในอดีต Design > Manufac > Supply chain > Big Store > Small Store > customer กว่าจะถึงลูกค้าผ่านหลายต่อมาก ทำให้ราคาที่ซื้อแพงไปหลายเท่าจากต้นทุน (ในจีนประมาณ 4 เท่า) ผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องมือใหม่ๆ เพื่อข้ามผู้เล่นในแต่ละขั้นได้ หมายถึง 2 อย่าง กำไรของผู้ประกอบการนั้นมากขึ้น (ลูกค้าซื้อราคาเดิม) หรือ ผู้ประกอบการได้ตลาดมากขึ้น (ลูกค้าได้ซื้อของที่ราคาถูกลง)

• Alibaba ทำได้สำเร็จเพราะเน้น data analytic + customer centric จนเกิดตลาดประเภทที่ลูกค้าสามารถย้อนกลับมาสั่งโรงงานได้ว่า ตลาดกำลังต้องการอะไร “จงผลิตออกมาเดี่ยวนี้”

• การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ไม่ใช่เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นการค่อยๆ Scope กลุ่มที่เล็กลงมา แต่มี potential ที่จะซื้อสินค้าใช้บริการมากที่สุด หลังจากนั้นกลไกตลาดจะทำหน้าที่ขยายลูกค้าให้กว้างขึ้น เพราะ Concept ลูกค้าในยุคปัจจุบันคือ lazy + stupid + impatience >>> เดี๋ยวเค้าก็มาถามเอาจากผู้ใช้กลุ่มนั้นเอง

เชื่อว่ากว่าจะได้มาในแต่ละขั้นต้องใช้เงินลงทุนและทรัพยากรค่อนข้างสูงพอสมควร แต่ในยุค AI implementation ใครทำได้เร็ว ดี และประเมินทิศทางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคได้เก่งกว่ากัน ก็จะเป็นผู้ชนะในที่สุด