ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 7-13 ต.ค. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] – ผู้แทนการค้าสหรัฐฯเผยเตรียมเรียกเก็บภาษีสินค้ายุโรปรวมมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯถ้าการเจรจาไม่ได้ข้อสรุป โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่า EU ให้การอุดหนุนบริษัท Airbus อย่างไม่เป็นธรรม ขณะที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนครั้งสำคัญในอาทิตย์นี้มีโอกาสได้ข้อตกลงร่วมกันบางส่วน เนื่องจากประธานาธิบดี Donald Trump และ นาย Larry Kudlow ที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าผลการเจรจาในช่วงที่ผ่านมาคืบหน้าไปมากกว่าที่คาด

[US] – ISM Manufacturing และ Non- Manufacturing PMI ประจำเดือนกันยายนประกาศที่ 47.8 และ 52.6 น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ทั้งคู่เป็นการชี้ให้เห็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีต่อสินค้าจีนเริ่มส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ แล้วสอดคล้องกับการแถลง Fed ที่เห็นสัญญานการชะลอตัวของภาคการผลิตและการส่งออกอย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงจาก 3.7% ไปที่ 3.5% ต่ำสุดในรอบ 50 ปีนั้นคือตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่งมากโดยคนได้ปรับเปลี่ยนไปสู่งานที่ได้รายได้สูงขึ้น และจะส่งผ่านไปสู่ภาคการบริโภค

[EU] – ประเด็น Brexit เริ่มผ่อนคลายลง หลังนายกรัฐมนตรีอังกฤษอาจขอเลื่อนเส้นตายการออกจาก EU ภายในวันที่ 31 ตุลาคมออกไปแทนที่จะเป็นการฝืนออกแบบ No-Deal ทางด้านตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนกันยายนของ EU เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% YoY และ Manufacturing PMI ประกาศที่ 45.7 ยังอยู่ในแนวโน้มหดตัว ซึ่งประธาน ECB หวังว่าจะเห็นนโยบายการคลังของรัฐบาลต่าง ๆ เข้ามาช่วยหนุนเศรษฐกิจร่วมกับการผ่อนคลายทางการเงินของ ECB ที่ได้เริ่มใช้ไปก่อนหน้านี้แล้ว

[CHINA]– ประธานาธิบดี Xi Jinping ประกาศอย่างแข็งกร้าวในงานวันชาติว่าจะไม่ยอมให้ใครมาหยุดยั้งการพัฒนาประเทศจีนได้ถือเป็นการส่งสัญญานชัดเจนไปหาสหรัฐฯที่มีความขัดแย้งกันในหลายด้านนับตั้งแต่เริ่มขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนอย่างไรก็ตาม ยืนยันที่จะยึดมั่นในหลักการ 1 ประเทศ 2

ระบบต่อฮ่องกงเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจโดยตรงแม้จนถึงปัจจุบันสถานการณ์การประท้วงยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้นในขณะที่ทีมงานเจรจาสงครามการค้า ได้ลดหัวข้อต่อรองกับสหรัฐฯลง

[Asia] –ญี่ปุ่นประกาศขึ้น VAT จาก 8% เป็น 10% เพื่อหารายได้เข้าประเทศให้มากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งกับเกาหลีใต้และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอย่างหนักถือเป็นสถานการณ์สำคัญของญี่ปุ่นที่ต้องจับตาว่านโยบายนี้จะนำประเทศกลับสู่ภาวะเงินฝืดอีกครั้งหรือไม่ทางด้านอินเดียปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ของปีหลังการขยายตัว GDP ในไตรมาส 2 ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ผิดไปจากเป้าหมายของรัฐบาลมาก


ผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนในวันศุกร์นี้มีโอกาสได้ข้อสรุปบางส่วนเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเบื้องต้นมีแนวโน้มชะลอตัวจากผลกระทบการขึ้นภาษีสินค้าจีน ซึ่งถ้านาย Donald Trump ยังไม่ยอมลดระดับการเรียกร้องต่อจีนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสการได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยในปีหน้าอย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ อาจเลือกขึ้นภาษีใส่สินค้ายุโรปแทนเพื่อเป็นการยืนยันนโยบาย American First ขณะที่ฝั่งจีนส่งสัญญานแข็งกร้าวชัดเจนในวันชาติย่อมหมายถึงการเข้าเจรจาในครั้งนี้ฝ่ายจีนไม่ได้อยู่ในฐานะที่เสียเปรียบมากอย่างที่ผ่านมา


Recommended Action

ซื้อหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าของสหรัฐฯถ้าตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เนื่องจากแม้ตัวเลข PMI จะแสดงให้เห็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯแต่ตัวเลขการว่างงานที่ต่ำมากจะช่วยหนุนภาคการบริโภคที่มีสัดส่วนสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อไป

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2562