ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 9-15 ก.ย. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -ความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐฯ-จีนลดความรุนแรงลงหลังรายงานข่าวยืนยันนาย Liu He รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เจรจาทางโทรศัพท์กับนาย Robert Lighthizer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Steven Mnuchin รมว.คลัง

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเดือนตุลาคม ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญในรอบหลายเดือนเนื่องจากการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้ง2 ฝ่ายในเดือนพฤษภาคมจบลงโดยความเห็นขัดแย้งกันมาก

[US] -ISM Manufacturing PMI ประจำเดือนสิงหาคมออกมาที่ 49.1 แสดงให้เห็นโอกาสหดตัวของภาคการผลิตอย่างไรก็ตาม ตัวเลข ISM Non-Manufacturing PMI อยู่ที่ระดับ56.4 มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ขณะที่ตัวเลขการว่างงานยังคงตัวที่ 3.7% โดยนาย Jerome Powell ประธาน Fed ยังคงสงวนท่าทีโอกาสการลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าและมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวต่อไปได้รวมถึงไม่เห็นสัญญานการถดถอย

[EU] -สภาสหราชอาณาจักรสามารถผลักดันกฎหมายบังคับให้รัฐบาลต้องไปเจรจาแนวทางการออกจากกลุ่ม EU ให้ได้ข้อสรุปเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด No-Deal หลังจากช่วงก่อนหน้านี้นาย Boris Johnson นายกรัฐมนตรีอังกฤษส่งสัญญานชัดเจนจะนำสหราชอาณาจักรออก EU ให้ได้โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการออกแบบใด ขณะที่ ECB มีแนวโน้มจะลด Deposit Facility Rate ให้ติดลบไปมากขึ้นกว่าเดิมจาก -0.4% เป็น -0.5% และอาจเริ่มใช้มาตรการ QE อีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นสงครามการค้าและ Brexit

[CHINA] -จีนประกาศลด RRR หรือสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อหวังนำเงินที่ต้องตั้งสำรองมาปล่อยกู้ให้ได้มากขึ้นถือเป็นการเสริมสภาพคล่องในประเทศตามหลังการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การตั้งดอกเบี้ยปล่อยกู้ให้สามารถตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้นทางด้านตัวเลขส่งออกและนำเข้ายังเห็นการหดตัวที่ -1% และ -5.6% ตามลำดับ

[Asia] -ประเทศในกลุ่ม Asean รวมถึงอินเดียกำลังแข่งขันกันอย่างหนักหวังดึงดูดบริษัทที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากจีนเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯซึ่งเวียดนามได้เปรียบมากที่สุดเนื่องจากมีชายแดนติดกับจีนทำให้บริษัทหลายแห่งสามารถย้ายการผลิตบางส่วนเข้าเวียดนามได้ทันทีขณะที่การประท้วงในฮ่องกงได้ลดความรุนแรงแล้วตามที่ทางการฮ่องกงยอมถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน


คาดว่าความขัดแย้งประเด็นการค้าสหรัฐฯ-จีนจะลดความรุนแรงในช่วงนี้เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญานการชะลอตัวซึ่งเป็นสิ่งที่ Trump ไม่ต้องการเนื่องจากจะกระทบต่อความนิยมในตัวเขา ขณะที่ Fed มีโอกาสจะคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดกังวลกันในช่วงก่อนหน้านี้

ทางด้านเศรษฐกิจจีนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นและรัฐบาลจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศใช้ ส่วนแนวทางที่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ปฏิบัติต่อฮ่องกงจะไม่รุนแรงมากไปกว่านี้เพราะยังหวังใช้ความน่าเชื่อถือของฮ่องกงเปิดรับการลงทุนจากนานาชาติที่ต้องการเข้าลงทุนในจีน


Recommended Action

โอกาสสำคัญในการสะสมหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าหรือ Brexit เนื่องจากตลาดเริ่มส่งสัญญาน Risk on มากขึ้นขานรับกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศที่เริ่มมีผลต่อเศรษฐกิจหรือกำลังจะประกาศใช้

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 2562