ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 2-8 ก.ย. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

[GLOBAL] -ความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐฯ และจีนขยายความรุนแรงขึ้นอีกครั้งหลังจาก Trump ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีนเกือบทั้งหมดแล้วแม้ Trump กล่าวภายหลังว่าจีนพยายามขอเจรจาใหม่อีกครั้งแต่โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนปฏิเสธข่าวนี้และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนไม่มีการติดต่อไปอย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างกันในวันพฤหัสบดีนี้จะยังจัดขึ้นอย่างแน่นอน ทางด้านตัวเลขดุลการค้าของสหรัฐฯยังแสดงให้เห็นการขาดดุลเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว

[US] -ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯประจำเดือนสิงหาคมยังอยู่ในระดับสูง แต่ภาษีนำเข้าสินค้าจีนรอบใหม่ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายนจะมีผลทำให้สินค้าจำพวกเสื้อผ้า และรองเท้าถูกคิดภาษีแล้ว ซึ่งบริษัทค้าปลีกบางรายยอมรับต้องปรับราคาขึ้นเพื่อชดเชยภาระดังกล่าวนั่นคือภาคการบริโภคของสหรัฐฯ ย่อมได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้

[EU] -นาย Boris Johnson นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้รับการอนุมัติให้ยืดเวลาหยุดของรัฐสภาไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคมซึ่งใกล้กับวันที่ 31 ตุลาคมซึ่งเป็นเส้นตายที่สหราชอาณาจักรต้องออกจาก EU เพื่อหวังให้ฝ่ายค้านไม่สามารถหยุดยั้งแผนการ Brexit ที่นาย Boris ยืนยันมาตลอดว่าต้องออกจาก EU ให้ได้ไม่ว่าจะเป็น No-Deal หรือมีข้อตกลงระหว่างกัน

[CHINA] -Shanghai เมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีนเสนอเขตการค้าเสรีรูปแบบใหม่ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนด้านภาษีและอนุมัติให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาเปิดธุรกิจได้ง่ายขึ้นโดยด้านภาษีมีการปรับลดให้อัตราใกล้เคียงกับฮ่องกงเพื่อหวังลดความสำคัญของฮ่องกงลงหลังจากที่เกิดการประท้วงต่อต้านจีนอย่างหนักในช่วงนี้

ถือเป็นการดำเนินนโยบายอย่างจริงจังของจีนเพื่อหวังให้เมืองอื่นก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญแทนรวมถึงดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมของประเทศกำลังได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้า

[Asia] -ภาคการส่งออกของเอเชียยังมีความไม่แน่นอนหลังจีนรายงานตัวเลข Manufacturing PMI ที่ 49.5 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดแม้ Caixin Manufacturing PMI ออกมาที่ 50.4 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวทางด้านการส่งออกเกาหลีใต้ยังคงหดตัวเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันจากการที่ Supply chain ในเอเชียยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และจีน ด้านฮ่องกงยอดค้าปลีกยังตกต่ำจากการประท้วงที่ยาวนาน


ประเด็นสงครามการค้าสามารถขยายวงกว้างได้ทุกเมื่อเนื่องจากการขึ้นภาษีระหว่างกันของ 2 ประเทศได้ทำต่อสินค้าเกือบทุกประเภทแล้วซึ่งประเด็นที่ต้องจับตาคือ Tech war ที่สหรัฐจะนำมาใช้กับบริษัทขนาดใหญ่ของจีนอื่นนอกจาก Huawei หรือไม่ ทางด้านจีนก็สามารถนำ Currency war หรือการอ่อนค่าเงินหยวนตอบโต้ได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Trump จะต้องมีการเลือกตั้งในช่วงปีหน้า ซึ่งจีนสามารถนำมาตรการที่มีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือกลุ่มฐานเสียงของ Trump มาใช้เพื่อสกัดไม่ให้ชนะเลือกตั้งอีกหนจะเห็นได้จากการที่จีนเริ่มเป็นฝ่ายรุกสหรัฐฯ บางแล้วในช่วงที่ผ่านมา เราคาดว่าจะเริ่มมีการโจมตีคืนจากฝั่งจีนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม CITI ECO Surprise Index สะท้อนว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะค่อยๆดีขึ้นกว่าที่นักลงทุนคาดคาดว่าจะส่งผลให้ Sentiment โดยรวมจะไม่เลวร้ายเท่าไรนัก


Recommended Action

เลือกซื้อหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าหรือมาตรการตอบโต้ระหว่างกันของสหรัฐฯ-จีนที่ถูกปัจจัยความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นกดดันราคาโดยเมื่อนโยบายระหว่างประเทศของทั้ง 2 ฝ่ายชัดเจนขึ้นจะช่วงให้ภาพรวมตลาดหุ้นปรับขึ้นได้ต่อ

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2562