ย่อเรื่องเด็ดที่ห้ามพลาด 19-25 ส.ค. 62

ประเด็นสำคัญประจำสัปดาห์

  • [Macro] -รัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะต่ออายุให้ Huawei สามารถทำธุรกิจกับบริษัทของสหรัฐฯ ต่อไปได้อีกอย่างน้อย 90 วันจากใบอนุญาตเดิมซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นข้อต่อรองสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหวังให้จีนทำตามข้อเรียกร้องการซื้อสินค้าเกษตร สิ่งที่ต้องจับตาคืองาน Jackson Hole วันศุกร์นี้ ว่า ประธาน FED Jerome Powell จะสื่อหรือส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ย หรือมีมาตรการอื่นๆหรือไม่

  • [US] -ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีให้ผลตอบแทนน้อยกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี (Inverted yield curve) ระหว่างวันก่อนจะปรับขึ้นไป ในอดีตเป็นสัญญานเตือนเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างดี ในขณะที่ตัวเลขภาคการผลิตยังดูไม่ดี สวนทางกับยอดค้าปลีกที่ดูดีขึ้น

  • [EU] -นาย Olli Rehn ผู้ว่าการธนาคารกลางฟินแลนด์สนับสนุนการใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อให้ภาคเศรษฐกิจได้รับการกระตุ้น เนื่องจากที่ผ่านมานโยบายไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวตามความคาดหวัง ซึ่งนาย Rehn เผยว่าการลดดอกเบี้ยและเริ่มใช้ QE อีกรอบถือว่าเหมาะสม รวมถึงมองการเข้าซื้อตราสารทุนโดยตรงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วย

  • [EU] -รัฐบาลเยอรมนีถูกแรงกดดันให้ใช้นโยบายขาดดุลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจาก German ZEW Economic Sentiment ออกมาที่ -44.1 ติดลบมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์มาก แสดงให้เห็นภาวะเศรษฐกิจมีปัญหาอย่างหนัก โดยในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลเคร่งครัดในการดำเนินนโยบาย Balanced Budget หลีกเลี่ยงการขาดดุลเพื่อให้หนี้สาธารณะลดลง

  • [Asia] -ฮ่องกงมีโอกาสเกิดเศรษฐกิจหดตัว -0.5% ในไตรมาส 3 เนื่องจากได้ผลกระทบอย่างหนักจากการประท้วงในประเทศที่ส่งผลให้เดือนกรกฎาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงราว 50% สอดคล้องกับข้อมูลของเจ้าหน้าที่โรงแรม InterContinental และ Marriott ที่เปิดเผยว่ายอดจองโรงแรมลดลงกว่า 20% นับตั้งแต่มีการยกระดับการชุมนุม นั่นคือแนวโน้มการท่องเที่ยวจะยังหดตัวต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 ไตรมาสจากการที่ความขัดแย้งยังไม่มีท่าทีผ่อนคลายลง ซึ่งล่าสุด E-commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนเช่น Alibaba และ JD.com ระงับการซื้อขายสินค้าที่จะนำไปใช้ในการชุมนุม เช่น หน้ากากกันแก๊ส

  • [Asia] – นักวิเคราะห์ปรับลดการเติบโตของประเทศผู้นำเศรษฐกิจในเอเชีย เริ่มต้นที่ฮ่องกงมีโอกาสเกิดเศรษฐกิจหดตัวขึ้นตามข้อมูลข้างต้น ขณะที่สิงคโปร์ เกาหลีใต้และไต้หวัน ถูกคาดการณ์ว่า GDP ปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 0.5%, 1.9%, และ2.3% ตามลำดับ เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐฯ-จีน อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีโอกาสได้รับการลงทุนเพิ่มจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนจะเป็นตัวช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน

ตลาดคาด FED จะลดดอกเบี้ยในรอบประชุมเดือนกันยายนนี้ แต่คิดว่ามีโอกาส hawkish surprise ค่อนข้างสูง ส่วนประเด็น Inverted yield curve นั้น เราไม่ค่อยกังวลนักในระยะสั้นถึงกลาง จากเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ด้านตลาดแรงงานและการอุปโภคบริโภคยังไปต่อได้ และนี่คือการ Invert โดย US Bond Yield 10 ปีลดลงมามากเกินไป ไม่ใช่ขึ้นดอกเบี้ยมากไป ในครั้งนี้เหล่าธนาคารกลางทั่วโลกพร้อมจะลงมือ เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจและลดดอกเบี้ยลงพร้อมกัน ย่อมเป็นโอกาสสำคัญให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ ด้านสงครามการค้าจนถึงตอนนี้ทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และจีนเริ่มเห็นความเสียหายต่อฐานเสียงและเศรษฐกิจ จึงเชื่อว่าจะไม่มีมาตรการรุนแรงออกมาในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามให้รอดูโทน FED ก่อน


Recommended Action

แม้จะมองว่ามีโอกาส Hawkish Surprise วันศุกร์นี้ แต่เรามองว่า Downside ของหุ้นสหรัฐฯ มีจำกัดจากตลาดแรงงานและการบริโภคที่แข็งแกร่ง รวมถึงการดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังมากขึ้นเพื่อหลักเลี่ยงความเสียหายต่อเศรษฐกิจจากกำแพงภาษี จึงเชื่อว่าเป็นโอกาสในการทยอยซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่มีการเติบโตสูง

คลิ้กเพื่อดูกราฟ v

ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2562