Not Found

The requested URL index.php was not found on this server.


Apache/2.2.22 (Linux) Server at Port 80
1 เรียนรู้ความล้มเหลว จากบริบทของ “เรย์ ดาลิโอ” – Merchant Partners Securities
เรียนรู้ความล้มเหลว จากบริบทของ “เรย์ ดาลิโอ”

อย่าได้กลัวความล้มเหลว เพราะ เรย์ ดาลิโอ บอกไว้ว่า PAIN + REFLECTION = PROGRESS หรือ การยอมรับความผิดพลาดโดยไม่หนีปัญหา และแก้ไขบนจุดยืนอย่างเชื่อมั่นจะนำไปสู่พัฒนาการของทักษะที่รอบคอบและความเข้าใจชีวิต เพื่อให้เข้าใจถึงสมการนี้อย่างแน่ชัด เราไปสำรวจความล้มเหลวในบริบทที่เรย์ได้เผชิญกันว่าจะเป็นอย่างไร

การเดิมพันครั้งใหญ่จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่ใหญ่ยิ่ง

ครั้งหนึ่ง เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์ Bridgewater ทำนายว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในช่วงปี 1980จากการก่อตัวของหนี้ขนาดมหึมาที่จะไปนำสู่เศรษฐกิจตกต่ำที่อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าทศวรรษที่ 1930 ( Great Depression 1930 )

วิกฤตครั้งนี้มีจุดกำเนิดมาจากการก่อหนี้ของกลุ่มประเทศละตินอเมริกา จากการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจแบบประชานิยม และขาดการรักษาวินัยการคลังอย่างรัดกุม รวมทั้งมีการเปิดเสรีทางการเงินโดยขาดการควบคุมการก่อหนี้ต่างประเทศที่เหมาะสม ทำให้หนี้สินต่างประเทศทั้งของภาครัฐและเอกชนมีการสะสมเพิ่มขึ้นมาก สัดส่วนหนี้สินต่างประเทศของภาครัฐต่อ GDP เฉลี่ยทั้งภูมิภาคมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่าร้อยละ 30 ช่วงต้นทศวรรษ 1970 มาเป็นเกินว่าร้อยละ 70 ในช่วงกลางทศวรรษ 1980

เรย์ เชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะเกิดขึ้นและนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เขาเห็นการตอบสนองของดัชนีเศรษฐกิจอย่าง อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในระดับ 10% (ภาวะปกติจะอยู่ในระดับ 2-3%) เขาจึงเลือกที่จะเข้าไปถือ “ทองคำ” ที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีในยามที่เงินสดอาจสูญเสียมูลค่าจากการพิมพ์เงินเพื่ออัดฉีดเข้าสู่ระบบของ Fed หรือ การเข้าถือ ”พันธบัตร” เนื่องจากจะให้ผลตอบแทนดีในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือในช่วงที่หุ้นอาจตกต่ำ

เป็นอย่างที่คิด แต่ผลลัพธ์กลับต่างกัน

ในเดือนสิงหาคมปี 1982 เม็กซิโกผิดนัดชำระหนี้ หลายๆประเทศเตรียมที่จะทวงหนี้ อีกทั้งธนาคารของสหรัฐฯ ยังเป็นผู้ให้กู้มากกว่า 250%ของเงินทุนประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ธุรกิจสินเชื่อต่างๆในสหรัฐฯต้องหยุดชะงักลง

ในขณะเดียวกัน เรย์ เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นจากการทำนายของเขา และได้ถูกเชิญไปสัมภาษณ์ในรายการเงินชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งเป็นรายการที่ทุกคนในวงการธุรกิจต้องดู โดยเรย์ได้อธิบายว่า ทำไมเราถึงมุ่งหน้าไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยดังเช่นปี 1930

แต่แล้ววิกฤตกลับไม่เกิดขึ้น เนื่องจากในวิกฤตครั้งนี้มีผู้เล่นใหม่อย่าง IMF หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่ให้เงินกู้ยืมกับประเทศลูกหนี้ให้นำกลับไปชำระคืนได้ นั่นทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯเหมือนได้เกิดใหม่ เพราะได้แรงกระตุ้นจากเม็ดเงินที่กลับเข้ามา ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯพุ่งทะยานไปยาวนานถึง 18ปี

ทนอยู่กับ Pain และ Reflect ด้วยแนวทางที่เชื่อมั่น

จากผลในคราวนั้น เรย์ไม่ได้แค่ทำนายผิด แต่สูญเสียเงินจากการเดิมพันครั้งใหญ่ เสียมากจนไม่สามารถจ่ายเงินให้กับคนที่ทำงานในบริษัทของเขา จนสุดท้ายบริษัทเหลือพนักงานเพียงคนเดียว คือ ตัวเขาเอง

ความล้มเหลวนี้ทำให้เขาต้องกลับไปยืมเงินคุณพ่อ เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตเขาและครอบครัว และยังต้องขายสินทรัพย์ออกไปเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย แต่ที่แย่ยิ่งกว่า คือเครดิตในตัวเรย์และความอับอายในตัวเอง จากการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะชนในครั้งนั้น

ความล้มเหลวในครั้งนี้ ทำให้เรย์ตั้งคำถามกับตัวเองมากขึ้น ยอมรับกับตัวเองว่ามั่นใจมากเกินไป แต่ด้วยความเชื่อว่าการมีชีวิตที่ดี จำเป็นต้องเดินข้ามป่าที่อันตรายมากๆ ทำให้เขาพยายามหาทางแก้ไข ทำความเข้าใจกับความผิดพลาดจนกระทั่งเมื่อเรย์ตระหนักได้ เขาจึงลดความยโส มั่นใจในตนเองและมีความอ่อนน้อยถ่อมตน และรู้ซึ้งในความกลัวที่จะคิดผิดมากขึ้น จนนำไปสู่การเปลี่ยนทางความคิด จากเดิมที่เคยเชื่อเสมอว่า ตัวเองนั้นถูก กลายเป็นเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาถูก? ด้วยความคิดนี้เขาไม่สนใจว่าคำตอบที่ถูกต้องจะต้องมาจากตัวเขา แต่จะมาใครก็ได้ขอแค่ต้องถูกต้องก็เพียงพอ

ด้วยแนวคิดนี้ทำให้เขาสร้าง Bridgewater ขึ้นมาใหม่ด้วยแนวทางที่เขาเรียกว่า “Alpha Overlay” และทำให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ ในท้ายบทสุป เรย์ในพูดถึงคำกล่าวของ สตีฟ จ๊อป ในขณะที่ จ๊อปถูกไล่ออกจากบริษัทตัวเอง ที่เขาได้กล่าวเอาไว้ว่า “มันเป็นยาขมที่รสชาติแย่มากๆ แต่คนป่วยจำเป็นต้องได้รับยา บางครั้งชีวิตคุณต้องโดนทุบหัวด้วยอิฐ แต่อย่าสูญเสียศรัทธา ผมเชื่อว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ผมดำเนินชีวิตต่อได้ คือผมรักในสิ่งที่ผมทำ”

วุฒิพงศ์ บุญญนันท์กิจ
Assistant Fund Manager
Merchant Partner Securities