กำเนิดสมาคมพ่อบ้านและการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปในยุค Millennial

ยุคมิลเลนเนียล ยุคกำเนิดสมาคมพ่อบ้านและการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไปของครอบครัว

การเข้าใจบริบทของการเปลี่ยนแปลงของคนแต่ล่ะรุ่นและการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ที่เราเรียกว่า มิลเลนเนียล ถือเป็นเรื่องที่มีผลต่อการวิเคราะห์ธุรกิจในอนาคต EUROMONITOR INTERNATIONAL ได้ออกบทความเรื่อง Millennial Parents Transforming Family Life เพื่อหาคำอธิบายของทัศนคติและการใช้จ่ายของพ่อแม่ยุคใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร?

ประสบการณ์ คือสิ่งที่ผู้หญิงตามหา ส่วนการมีลูกเป็นเรื่องถัดมา

อายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่จะมีลูกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากความต้องการที่จะใช้เวลาไปกับการเพิ่มระดับการศึกษา และอาชีพการงานให้สูงขึ้น อีกทั้งยังต้องการที่จะใช้เวลาไปกับการตามหาประสบการณ์ชีวิตให้เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะดีเลย์การมีลูกให้ช้าลง แต่คุณแม่ยุคมิลเลนเนียลกว่า 72% ยังคงรู้สึกว่าการมีลูก คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข นั้นจะทำให้เกิดการลงทุนกับลูกๆของพวกเขามากกว่าคนรุ่นก่อนๆ

สมาคมพ่อบ้านอาจจะเกิดและเติบโตในยุคนี้

ยุคสมัยเปลี่ยน บริบทก็เปลี่ยน เมื่อผู้ชายเริ่มให้น้ำหนักในเรื่องทางบ้านมากขึ้น ส่วนผู้หญิงก็มุ่งมั่นในเรื่องการทำงานมากกว่าแต่เดิม ทำให้ลำดับความสำคัญของคุณพ่อในยุคมิลเลนเนียลหันมาสนใจเรื่องของลูกมากกว่าเรื่องการทำงาน ดังนั้นคุณพ่อยุคนี้จะเลือกงานที่มีเวลายืดหยุ่น คือทำงานจากที่บ้านก็ได้หรือเลือกเวลาเข้างานได้ มากกว่าการทุ่มเทไปกับการทำงานแบบเดิมๆ

อีกทั้งในรายงานยังจะระบุด้วยว่า คุณพ่อยุคมิลเลนเนียลจะรับผิดชอบกิจกรรมของเด็กๆแทนคุณแม่มากขึ้น เช่น การไปซื้อของเข้าบ้าน, การเตรียมอาหาร, ซักผ้า, อาบน้ำแต่งตัวลูก

แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่รุ่นมิลเลนเนียล คือการได้ใช้เวลากับครอบครัว ดังนั้นเราจะได้เห็นการปรับตัวของบริษัทเพื่อนำเสนอเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น หรือการให้สวัสดิการที่ส่งเสริมให้เกิดการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวมากขึ้นเป็นแน่

การแชริ่ง (Sharing) สำคัญกว่า การครอบครอง

ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจ สิ่งที่เติบโตมาไม่แพ้กัน ก็คือค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้ชำระหนี้ทางการศึกษา, อัตราเงินเดือนเริ่มต้นที่ต่ำลง และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้การเลือกซื้อและครอบครองสินค้าที่เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างรถยนต์หรือบ้านพักอยู่อาศัยมีน้อยลงมากกว่าคนรุ่นที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการใช้งานนั้นไม่ได้น้อยลง เพียงแต่เปลี่ยนจากลักษณะของการครองครองเป็นการเช่า ซื้อมือสองออนไลน์ หรือแชริ่ง (Sharing) แทน โดยเงินส่วนที่เหลือ จะถูกนำไปใช้กับการซื้อประสบการณ์ การท่องเที่ยว สินค้าประจำหรือบริการที่แสดงถึงบทบาททางสังคมมากขึ้น

การประหยัดเงินด้วยการแชร์ ซื้อมือสองหรือการเช่า จะรวมไปถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลูกๆด้วย เช่น ของเล่นเด็ก, รถเข็นเด็ก, เสื้อผ้าเด็ก

อย่างไรก็ตามคนรุ่นมิลเลนเนียม ในเอเชีย หรืออินเดียมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป โดย 75%ของคนอินเดีย และ 74% ของคนจีน ระบุว่าการซื้อสินค้า Luxury เช่น รถยนต์หรือเสื้อผ้าแบรนด์เนม เป็นสิ่งสำคัญต่อบทบาททางสังคมของพวกเขา ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่านอกจากบริบทของทั้งสองประเทศนี้จะแตกต่างกับชาติยุโรปหรือสหรัฐฯ คนกลุ่มมิลเลนเนียมในจีนและอินเดียต่างมีรายได้มากกว่าคนรุ่นก่อนๆมาก ทั้งนี้ทั้งจากความสามารถที่เพิ่มขึ้นและมรดกที่ส่งต่อมาจากคนรุ่นก่อน

ค้นหาความแตกต่างและตัวตนจากการใช้จ่าย

แม้ออนไลน์จะทำให้ร้านค้าปลีกต้องปิดตัวลงไปบ้าง แต่ร้านค้าปลีกก็จะยังไม่ตาย หากเช้าใจพฤติกรรมคนรุ่นมินเลนเนียลที่แสวงหาตัวตนและความแตกต่าง ทำให้การเข้าไปจับจ่ายสินค้าผ่านร้านค้าปลีกยังสะท้อนกิจวัตรประจำวันของพวกเขา ดังนั้นเราจะเห็นการปรับตัวของร้านค้าปลีกที่ต้องสร้างประสบการณ์ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ซื้อ หรือการนำเทคโนโลยีอย่าง VR technology, pop ups หรือ ความเอนเตอร์เทนเพื่อจูงใจให้ลูกๆมิลเลนเนีลและครอบครัวเข้าสุ่ร้านค้าของพวกเขา

วุฒิพงศ์ บุญญนันท์กิจ

Assistant Fund Manager

Merchant Partner Securities