เรียนรู้กลไกเศรษฐกิจ ผ่านคำอธิบายของ “Ray Dalio”

“เรย์ ดาลิโอ” ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ “Bridgewater Association” ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่สุดของโลกและล่าสุด Bloomberg ได้จัดอันดับให้นายดาลิโอเป็นบุคคลที่ร่ำรวยติดอันดับ 60 ของโลก ได้นำเสนอการขับเคลื่อนของเครื่องจักรทางเศรษฐกิจว่าเกิดขึ้นจากอะไร และจะนำไปสู่อะไรได้บ้าง

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทาง Merchant Team อยากชวนนักลงทุนไปทำความเข้าใจ คือมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจว่า ณ เวลานี้ประเทศของเรากำลังอยู่ในช่วงไหนและจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไรตามกลไกธรรมชาตินี้

ตัววิดีโอได้อธิบาย การทำงานของเศรษฐกิจผ่านการแลกเปลี่ยน (Transaction) ที่อาศัยพฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ (Human Nature) โดยใช้เครื่องจักรสำคัญ 3 ประเภทในการขับเคลื่อน 1.การเติบโตของกำลังการผลิต (Productivity Growth) 2.วงจรหนี้สินระยะสั้น (Short term debt cycle) 3.วงจรหนี้สินระยะยาว (Long term debt cycle)

การแลกเปลี่ยน (Transaction)

คือ การไหลเวียนของเม็ดเงินของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้อมีอำนาจซื้อผ่านเงินสดหรือเงินเชื่อ(เครดิต) หากซื้อสินค้าด้วยเงินสดรายการแลกเปลี่ยนนั้นจะถูกชำระรายการทันที แต่หากซื้อด้วยเงินเชื่อรายการสินค้านั้นจะถูกตั้งเป็นสินทรัพย์ของผู้ขาย และหนี้สินของผู้ซื้อรอการชำระในอนาคต

พฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ (Human Nature)

เมื่อ การแลกเปลี่ยนถูกขับเคลื่อนด้วยเงินสดหรือเงินเชื่อ(เครดิต) เมื่อเงินสดมีข้อจำกัดจากการได้มาด้วยการทำงาน แต่เราสามารถเพื่ออำนาจการซื้อได้ด้วยเงินเชื่อ(เครดิต) ด้วยการขอกู้ (Borrower) จากผู้ปล่อยกู้ (Lender) ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ให้กู้ คือ ธนาคารพาณิชย์ ทำให้การกู้มากหรือกู้น้อย มีความสัมพันธ์กับ “อัตราดอกเบี้ย” หากอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น พฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์จะไม่อยากกู้และมักนำเงินไปฝากธนาคาร แต่ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยลดลง ตามธรรมชาติคนเราจะยากกู้มากขึ้น เพราะมีจำนวนเงินดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคืนกลับน้อยลง

การเติบโตของกำลังการผลิต (Productivity Growth)

“การใช้จ่าย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” เพราะการใช้จ่ายของคนหนึ่ง คือรายได้ของอีกคน เมื่อมีคนใช้จ่ายมากขึ้น ก็จะมีคนมีรายรับมากขึ้นเช่นกัน และเป็นเช่นเดียวกันกับระบบเงินเชื่อ เมื่อผู้ขอกู้ มีรายรับมากขึ้น ผู้ปล่อยกู้ก็อยากจะปล่อยกู้ให้มากขึ้น ดังนั้นการเติบโตของรายได้ ทำให้เกิดการเติบโตของการกู้ยืม ซึ่งทำให้เกิดการเติบของการใช้จ่าย และเมื่อการใช้จ่ายของคนหนึ่ง คือรายได้ของอีกคน มันจึงนำไปสู่การกู้ยืมที่มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆจนสร้างการเติบโตของกำลังการผลิตในระบบ

วงจรหนี้สินระยะสั้น (Short term debt cycle) และ วงจรหนี้สินระยะยาว (Long term debt cycle)

ตามธรรมชาติ “หนี้สิน” ทำให้เราใช้จ่ายมากกว่าที่เราหาได้ ในปัจจุบันที่เราอยากใช้จ่าย และบังคับให้เราใช้จ่ายน้อยกว่าที่เราหาได้ ในตอนที่เราต้องจ่ายหนี้สิน

จากข้อสังเกตของ “เรย์ ดาลิโอ” วงจรหนี้ ประกอบไปด้วย 2 วงจร วงจรหนี้ระยะสั้นใช้เวลา 5-8 ปี และวงจรหนี้ระยะยาว ใช้เวลา 75 -100 ปี

เรย์ กล่าวว่าเราจะเริ่มเห็น “การขยายตัวทางเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ วงจรหนี้สินระยะสั้น เพราะระบบเศรษฐกิจต้องการขยายตัว ทำให้ตามธรรมชาติระบบเศรษฐกิจที่มีเครดิด จะสามารถใช้จ่ายมากกว่า และขยายรายได้มากกว่ากำลังการผลิตที่แท้จริง แต่ด้วยเหตุนี้ เมื่อเวลาผ่านไป หนี้สินที่เติบโตมากกว่ารายได้ จะส่งผลให้เกิด “วงจรหนี้ระยะยาว”

ซึ่งในช่วงปลายของวงจร คนเรามักจะใช้จ่ายน้อยลง เพราะมีภาระหนี้สินที่ต้องชำระ และเมื่อการใช้จ่ายของคนหนึ่ง คือรายได้ของอีกคน เมื่อมีคนใช้จ่ายน้อยลง ก็ส่งผลให้มีคนมีรายรับน้อยลงเช่นกัน ดำเนินแบบนี้ต่อไปจนสร้างการชะลอการเติบโตเศรษฐกิจเกิดเป็นวงจรต่อไป

อะไรคือสิ่งที่ตามมา หากวงจรดำเนินต่อไปแบบนี้ ไปติดตามกันต่อในคลิปได้เลยนะครับ

ผู้เขียน #Merchant Team