สรุปงาน The Best Diversification that everyone should have

บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท Market Anyware (AVA Advisory) จัดงานเสวนา เปิดตัวกลยุทธ์ Merchant Power FX ให้กับกลุ่มนักลงทุนลูกค้า High Net Worth ที่สนใจนำนวัตกรรมเข้ามาจัดการความผันผวนของสภาวะการลงทุน ณ โรงแรม Amara Bangkok วันที่ 1 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาโดยสรุปเป็น 3 ช่วง ดังนี้

แค่กระจายการลงทุน ไม่พอ ต้องการะจาย “วิธีการ” ลงทุนด้วย

คุณพงษ์ธร ถาวรธนากุล, CFA กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ Merchant Partner Securities PCL ได้พูดถึงแนวทางการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในปัจจุบัน โดยแชร์ข้อมูลจากประสบการณ์การให้บริการด้านการเงินการลงทุนโดยย่อ ดังนี้

1.การทำ Portfolio Diversification โดยกระจายหลายๆกลุ่มสินทรัพย์ (Asset Class) อาจจะไม่ใช่ทางรอดที่เพียงพอ สำหรับนักลงทุนยุคนี้อีกต่อไป เพราะช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ยิ่งลงทุนกระจาย อาจยิ่งขาดทุนมากขึ้นถ้าไปโดนแจคพอตเข้า (WTI -17.7%)

2.ประกอบกับการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยใช้วิธีการลงทุนเดิม (Investment Method) อาจไม่ตอบโจทย์การลงทุนในอนาคตเท่าไหร่นัก เช่นการใช้ Valuation/ Business model ไปคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Tech หรือกองทุน ที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

3.ในฐานะผู้ให้บริการจัดการความมั่งคั่ง (Wealth Manager) หากต้องการอยู่ในธุรกิจอย่างยั่งยืน เราจึงต้องมองหาแนวทางใหม่ที่จะเข้ามาเสริมให้เงินลงทุนมีเสถียรภาพ มี”ความนิ่ง”มากขึ้น เพราะจากประสบการณ์ โจทย์ใหญ่จริงๆในใจของลูกค้านักลงทุน โดยเฉพาะ High Net Worth ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงหลายสิบ % ต่อปี แต่เป็นการเติบโตแบบ “ได้เรื่อยๆ แต่มั่นคงสบายใจ” มากกว่า

4.ดังนั้นส่วนที่เราพัฒนาขึ้นมา เราจึงต้องออกแบบให้มี การกระจายความเสี่ยงในเชิง “วิธีการ” (Method Diversification) กระบวนการที่ผสมผสานความไว้วางใจและนวัตกรรม และท้ายสุดนำมาซึ่ง “ผลลัพธ์” คือพอร์ตการลงทุนที่มีเสถียรภาพ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ในขอบเขตความเสี่ยงที่ควบคุม จัดการได้

5.เราจึงพิจารณานำนวัตกรรมใหม่ของ AVA Alpha มาประยุกต์ใช้เข้ากับ “การจัดการลงทุน” ซึ่งเป็นจุดเด่นของเราเสมอมาในรูปแบบ “กองทุนส่วนบุคคล” ที่จัดการให้แบบสำเร็จรูป One Stop service โดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ตรง เพราะฉะนั้น ไม่ว่ากระบวนการลงทุนจะพัฒนาซับซ้อนไปขนาดไหน ลูกค้านักลงทุนเพียงแค่ เข้าใจและตัดสินใจ ว่ากลยุทธ์ เหมาะกับตัวท่านหรือไม่ ที่เหลือเราจัดให้ครับ

Ava Advisory ผู้ร่วมพัฒนา กลยุทธ์การลงทุนที่ “ชอบความผันผวน” ของตลาด

คุณนิรันดร์ ประวิทย์ธนา CEO ของบริษัท AVA Advisory ได้ฉายภาพให้เห็นแนวโน้มของ Future of Investment และนำเสนอข้อมูลในส่วนของขั้นตอนการทำงานของกลยุทธ์ MPFX โดยมีเนื้อหาโดยสังเขป ดังนี้

1.แนวทางการลงทุนในปัจจุบัน กำลังใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆเกิดขึ้นรวดเร็วและลงลึกกว่าในอดีต เช่น งบการเงินของบริษัทหลักทรัพย์ที่เดิมเคยเติบโตแต่เมื่อมีนวัตกรรมเข้า ปัจจัยพื้นฐาน หรืองบการเงินที่เคยพอจะคาดการณ์ได้ ก็ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เมื่อ Business Model ถูก Disrupt หรือแม้แต่การลงทุนแนว Technical และ Day Trader ต่างนำมาซึ่งผลสัมฤทธิ์น้อยลง เนื่องจากมีระบบ AI เข้ามาส่งคำสั่งแข่งในระดับเสี้ยววินาที อย่างที่มีรายการสั่งคำสั่งแปลกๆให้เห็นกันบ่อยมากขึ้น

2.ความผันผวนของตลาดในช่วงหลายปีมานี้กำลังเกิดเป็น New Normal หมายความว่า ในยุคที่ข่าวสารวิ่งไปได้อย่างรวดเร็วเพียงการ Tweet ข้อความสั้นๆ จะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินการลงทุนในลักษณะนี้ต่อไป และมีแต่จะผันผวนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยาก แต่ต้องยอมรับและปรับตัว

3.กลยุทธ์ MPFX ที่ร่วมพัฒนากับ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ นั้น เน้นที่การสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพ พิจารณาจากความสัมพันธ์ของกลุ่มสินทรัพย์ทั่วโลก (Global Asset Allocation) โดยระบบการคัดสรรจะเลือกตระกร้าของสินทรัพย์ที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนจาก ช่องว่างความผิดเพี้ยนของราคาเชิงสถิติ (Statistical Arbitrage)

4.“ยิ่งตลาดผันผวนมากเท่าไหร่ ยิ่งดี” เพราะความผันผวนในระดับที่เหมาะสม จะช่วยทำให้กลยุทธ์ MPFX มีโอกาสสร้างผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น กรอบทางสถิติที่นำมาจับความผันผวนคาดการณ์จะถูกพิจารณาปรับสัดส่วนในทุก 3 ถึง 6 เดือน เพื่อให้โมเดลสะท้อนความเป็นจริงของสภาวะการลงทุนอยู่เสมอ แต่มิได้จำเป็นต้องปรับพอร์ตตลอดเวลา หากความเสี่ยงยังไม่มากจนเกินไปและอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ ทางผู้จัดการกองทุนจะมีหน้าที่ประเมินและวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมอีกขั้นหนึ่ง

5.สุดท้ายคุณนิรันดร์ยังได้เผยถึงผลของทั้ง Back test และ Forward Test ของกลยุทธ์ MPFX โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ MPFX ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย (ก่อนหักค่าธรรมเนียม) อยู่ที่ 26.75% ต่อปี ในขณะที่ MSCI All country index อยู่ที่ 11.11% ต่อปี และ SET Index อยู่ที่ 16.15% ช่วง Forward Test 6 เดือนล่าสุด ผลตอบแทนอยู่ที่ 10.12% และมี Maximum Drawdown อยู่ที่ -7% โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ กลยุทธ์ MPFX ที่แม้จะมีความเสี่ยงขาดทุนได้เป็นระยะๆ เหมือนการลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วไปเช่น หุ้นหรือกองทุน แต่กลยุทธ์สามารถสร้าง Cash flow รายเดือนได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ ตลอดระยะเวลาการลงทุน

โดยในช่วงท้าย เปิดช่วงให้ถามตอบกับทางวิทยากรทั้ง 2 ท่าน ช่วยคลายความสงสัยของนักลงทุน ในประเด็นหลัก ดังนี้

•กลยุทธ์ MPFX เน้นลงทุนในตระกร้าสินทรัพย์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน โดยอยู่ภายใต้การจัดการรูปแบบกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ของ บริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจถูกต้อง ตามพรบ. หลักทรัพย์ ดังนั้น ลูกค้านักลงทุนจึงสามารถวางใจได้ว่าเงินลงทุนของท่านจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

•กลยุทธ์ MPFX เหมาะกับเงินเย็น หรือเงินลงทุนที่คาดหวังการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนเดิม ระยะเวลาลงทุนคาดหวังที่ 1 – 3 ปี และไม่เหมาะกับการลงทุนแบบเน้นเก็งกำไร

•บริหารจัดการลงทุนผ่านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มประเทศสมาชิก IOSCO มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีหน่วยงานกำกับดูแลถูกต้องตามเกณฑ์การทำธุรกิจ

•การไถ่ถอนเงินลงทุนสามารถทำได้ ตามความต้องการของนักลงทุน โดยผลกำไรขาดทุนจะเป็นไปตามสถานะของพอร์ตการลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น โดยเราแนะนำให้นักลงทุนสามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมด้านภาษี จากที่ปรึกษาด้านภาษีโดยตรงจะเป็นการเหมาะสมที่สุด

หากนักลงทุนกำลังมองหา วิธีการกระจายเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพ สม่ำเสมอ อีกทั้งเป็นการประยุกต์เอานวัตกรรมมาเสริมศักยภาพเพื่อปรับสัดส่วนให้ตอบโจทย์ความผันผวนในอนาคต

สนใจเริ่มลงทุนกับกลยุทธ์ MPFX หรือรับข้อมูลเพิ่มเติม ท่านสามารถกรอก Email ด้านล่าง เพื่อรับข้อมูลและ Presentation เพิ่มเติม หรือ Add Line มาคุยกันได้ที่ Line ID : @mpsec