ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคมี.ค. 62 ปรับลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน กังวลการเมืองหลังเลือกตั้ง และภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.62 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน มี.ค. 62 อยู่ที่ 80.6 จาก 82.0 ในเดือน ก.พ. 62 ค่าดัชนีปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้งนอกจากนี้ยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าและกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นขึ้นมากนักประกอบกับเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและการที่อังกฤษจะออกจากสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป(Brexit)ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 67.6 จาก 69.0 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 75.8 จาก 77.1 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 98.4 จาก 99.9 ในเดือน ก.พ. 62

โดยมีปัจจัยลบมาจาก

(1) กนง. ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 62 เหลือร้อยละ 3.8 จากเดิมที่ประเมินที่ร้อยละ4.0

(2) ความวิตกกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตอาจมีความไม่แน่นอนและขาดเสถียรภาพ

(3) SET Index ในเดือน มี.ค.62 ปรับตัวลดลง 14.38 จุด จาก 1,653.48 จุด ณ สิ้นเดือน ก.พ.62 เป็น 1,638.65 จุด ณ สิ้นเดือน มี.ค.62

(4) ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น

(5) ความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในเขตพื้นที่กทม.และปริมาณฑล

(6) ราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำส่งผลให้รายได้ของเกษตรโดยส่วนใหญ่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

(7) ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและยังกระจุกตัวและผู้บริโภคยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง และ

(8) ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสงครามการค้าในระดับโลกโดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ในขณะที่ปัจจัยบวกที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมี.ค. 62 ได้แก่

(1) การประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสภาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 และที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้จัดการเลือกตั้งในวันที่

24 มี.ค. 62 ส่งผลให้บรรยากาศในการหาเสียงคึกคักทั่วประเทศ

(2) กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.75

(3) ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกันจากเดือนที่ผ่านมา

(4) ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนเริ่มคลี่คลายลงหลังจากที่สหรัฐฯ และจีนได้มีการเจรจาการค้ากัน 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา

(5) นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นหลังจากประเทศไทยยกเว้นค่าธรรมเนียม VISA on Arrival

(6) พืชผลทางการเกษตรบางรายการเริ่มปรับตัวดีขึ้น และ

(7) เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย