บริษัทหลักทรัพย์เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ร่วมมือ Deepscope เปิดตัวกองทุน Merchant Power Algo (MPAL) ผสมผสานระหว่างการทำงานของผู้จัดการกองทุนมืออาชีพกับเครื่องมือช่วยคัดเลือกหุ้นที่ดีที่สุด

ครั้งแรกของการผสมผสานการทำงานของมืออาชีพและหุ่นยนต์ผ่านกองทุนส่วนบุคคล Private Fund แบบ Hybrid Investment บทสัมภาษณ์ คุณพงษ์ธร ถาวรธนากุล ,CFA กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด(มหาชน) และคุณธานินทร์ แซมมณี CEO ของบริษัท ดีพสโคป จำกัด

ความเป็นมาเป็นไป

ผมรู้จักคุณบิ๊ก ธานินทร์ แห่ง Deepscope ตั้งแต่สมัยผมโลดแล่นอยู่ในวงการ Fintech ในตำแหน่ง Co-CEO ของ Finnomena ช่วงนั้นผ่านกันไปผ่านกันมา เพราะตอนนั้นเรายังเน้นเจาะตลาดคนละกลุ่มกันอยู่เลยยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยหารือมากนัก พอเมื่อผมได้เข้ามาทำงานเป็น Managing Director ของบล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ซึ่งหนึ่งใน Business model ที่เราเน้นคือการจับมือกับเหล่า Fintech ไม่ว่าจะเป็นสาย Investment Modeling หรือสาย Wealth Management เพราะผมเชื่อว่า คนเราไม่สามารถเก่งได้ทุกเรื่องแต่ละคนมีจุดยืน จุดถนัดของตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้สามารถเกิดธุรกิจที่เติบโตได้เร็วและมีคุณภาพ ต้องหาพันธมิตรที่เก่งในด้านนั้นๆ มาทำงานร่วมกัน ช่วยกันเจาะตลาดโดยอาศัยจังหวะการเปลี่ยนผ่านทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Digital/Technology transformation) ช่วยสร้างแต้มต่อให้เราเดินได้เร็วกว่าเดิม

แน่นอนว่าในยุคที่ Dataคือ New Oil นั้น นักลงทุนมืออาชีพอย่างเราต้องการเครื่องมือเข้ามาจัดการข้อมูลด้านการลงทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา หนึ่งในนั้นก็คือข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นในแง่มุมต่างๆ มาสนับสนุนให้การบริการจัดการเงินลงทุน ของ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เหมาะสมและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

เเละตรงนี้เองคือจุดที่ Deepscope เข้ามามีบทบาทสำคัญ ?

เนื่องจากมนุษย์ไม่อาจสามารถติดตามคำนวณและวิเคราะห์ชุดตัวเลขและข้อมูลจำนวนมหาศาลของหุ้นทุกตัวทั้งตลาดได้พร้อมๆกัน ถึงแม้ทำได้ก็ยังมีส่วนที่อาจมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น การกลั่นกรองด้วยเกณฑ์การคัดเลือกหุ้นจากข้อมูลในอดีตย้อนหลัง 5 ปี จนถึงชุดข้อมูลล่าสุดในแต่ละไตรมาส จึงเป็นจุดอ่อนของมนุษย์ตลอดมา Deepscope ช่วยพัฒนาระบบการคัดเลือกหุ้นที่มีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์

คุณสมบัติต่างๆ ที่เลือกมาแล้วว่าดี หรือมีแนวโน้มว่าจะดีออกมา ผมมองว่าคงดีไม่น้อยถ้าผู้จัดการกองทุน จะสามารถมีเครื่องมือที่เหมือน”ตะแกรงร่อน” หุ้นที่เป็น “ตัวจริง” ได้โดยใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที นอกจากรายชื่อหุ้นที่ดีแล้ว Deepscope ยังใช้ประสบการณ์และความชำนาญด้านการจัดการข้อมูลเชิงสถิติ แยกลักษณะนิสัยของหุ้นออกมาเป็น 5 แบบ คือ Stable, Newbie, Growth, Dividend และ Turnaround เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพตลาดแต่ละช่วงด้วยเรียกได้ว่า หยิบหอก หยิบง้าว เตรียมรบไว้ให้เสร็จสรรพ

คุณบิ๊กเสริมว่า นอกจากนี้ ทาง Deepscope ยังมีทีมวิจัยด้าน Machine Learning และ AI ที่มีคุณภาพ โดยบริษัทได้จัดตั้ง Research Lab เพื่อพัฒนาและสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆมีการทดสอบ และปรับปรุง Algorithm อยู่ตลอด ทั้งนี้ เรามีการพัฒนาบุคลากรในส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการหา Data Engineer ที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วและพัฒนาคลื่นลูกใหม่ขึ้นมา เรามีที่ปรึกษาเป็นด๊อกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากญี่ปุ่นคอยให้คำปรึกษาแก่ฝ่ายวิจัยของเรา และ เรามีการทดสอบกลยุทธ์การลงทุนใน Research Lab ตามหลักสถิติก่อนนำมาประยุกต์ในการลงทุนสร้างสรรค์กลยุทธ์ ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในช่วงเวลาที่ต่างกัน ทำให้เราติดตามอัพเดทความรู้ให้ทันสมัยเท่าทันหลักการใหม่ๆ และ โลกสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้บริษัทสามารถเดินหน้าสร้างสรรค์เทคโนโลยี สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นที่ยอมรับจากทั้งภายในและนอกประเทศ

เเล้วแบบนี้ผู้จัดการกองทุน ตกงานเลยไหม ?

“ไม่ตกงานแถมยังทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ“ในมุมมองของผมคิดว่าส่วนนี้แหละเป็นจุดที่ทำให้กองทุน MPAL ของเราแตกต่าง ผมเชื่อว่าถึงแม้เครื่องมือ หุ่นยนต์ สมองกลจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าลองเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น การจัดการความเสี่ยงและการเฝ้าระวังด้วยความเอาใจใส่ จุดนี้ในมุมมองของลูกค้า ผมคิดว่ายังต้องการให้มืออาชีพเข้ามากุมบังเหียนควบคุมการทำงานของเครื่องมือนั้นๆ ดูแลปัจจัยในเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) ให้อีกชั้น

หนึ่งอยู่ดี อีกส่วนหนึ่งที่ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพจะทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นแน่นอน คือ การใช้ประสบการณ์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ข้างหน้า (Forward Looking) หรือการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและอาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุการณ์เดิมในบริบทใหม่ ตลาดก็อาจตีความไม่เหมือนเดิมผลกระทบต่อพอร์ทการลงทุนก็ไม่เหมือนเดิม เปรียบเหมือนการขับรถมองกระจกข้าง กระจกหลัง ดูแผนที่ …. แต่ถ้าไม่มองทางข้างหน้า ก็คงไม่ดีแน่ถูกไหมครับ ในยามสภาวะการลงทุนที่แตกต่างกัน ผู้จัดการกองทุนยังสามารถใช้วิจารณญาณเลือกเพิ่มลดสัดส่วนของหุ้นในแต่ละลักษณะนิสัยจากกลุ่มที่คัดมาแล้ว 5 แบบ มากน้อยให้เหมาะสมกับตลาดในช่วงนั้นๆ ได้ด้วย

ทำไมต้องกองทุนส่วนบุคคล ?

พูดถึงกองทุนส่วนบุคคลหลายท่านอาจคิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ด้านการลงทุนที่ดู Premium และอาจต้องใช้เงิน

ลงทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงใช่ครับ Private Fund เป็นหนึ่งในการให้บริการทางการเงินที่ถือว่าสมบูรณ์แบบเพราะลักษณะ One Stop Service คือเป็น Total Solution จัดการให้หมดตั้งแต่ Asset Allocation, Sector / Stock selection และ Investment Timing แตกต่างจากกองทุนรวมหรือหุ้นรายตัวที่นักลงทุน อาจต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกจังหวะการเข้าลงทุนเอง ด้วยคุณสมบัติข้างต้นของ Private Fund ทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องถือว่ารับผิดชอบเต็มๆ ในการบริหารจัดการกองทุนให้ผลตอบแทนดีที่สุดบนความเสี่ยงที่น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ภาระดังกล่าวจึงเป็นตัวขับดันให้เราต้องหา Solution ที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุด มานำเสนอต่อลูกค้าเท่านั้น ในส่วนของเงินลงทุนตั้งต้นเนื่องจาก Private Fund มีสถานะเป็นกองทุนส่วนบุคคลของนักลงทุนแต่ละรายแยกอิสระจากกันสามารถเปิด ปิด เพิ่ม ลด เงินลงทุน หรือแม้กระทั่งกำหนดข้อจำกัดการลงทุนพิเศษผสมนโยบาย กระจายความเสี่ยงได้ตามใจชอบ จึงทำให้มีต้นทุนการจัดการเล็กน้อย และ เหมาะสมกับเงินลงทุนตั้งต้น ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น แต่สำหรับท่านลูกค้าที่ต้องการเริ่มทยอยนำเงินเข้าลงทุน (ยังไม่ถึง 5 ล้านตั้งแต่ต้น) สามารถสอบถามรายละเอียดได้จากเจ้าหน้าที่สนับสนุนของเราที่ คลิ้ก

MPAL ลงทุนในอะไร เเตกต่างอย่างไร ?

Merchant Power Algo ลงทุนในหุ้นไทยในสัดส่วน 100% โดยคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพ 15 -30 ตัวที่เหมาะสมตามสภาวะตลาดโดยใช้การประเมินทั้งในเชิงปัจจัยคุณภาพ (Qualitative) และปริมาณ (Quantitative) สนับสนุนการลงทุน

  • ส่วนที่แตกต่างที่สะท้อนถึงวินัยการลงทุนคือ เรามีการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ในทุกไตรมาส ไม่ถี่และไม่ห่างจนเกินไป สอดคล้องกับทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่ (งบการเงิน) ออกมาสู่ตลาด กองทุนจะทำการประมวลศักยภาพของหุ้นทั้งหมดใหม่ เพื่อปรับพอร์ตให้มีคุณภาพเหมาะกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงอยู่เสมอ เช่น หุ้นตัวไหนในพอร์ตกำไรดี ราคามาไกล แต่ปัจจัยในอนาคตไม่ค่อยสดใสนัก เราก็ควรจะขายทำกำไรให้กับนักลงทุนบ้าง และขยับไปเข้าหุ้นตัวใหม่ Upside สูงกว่าเดิม ถูกไหมครับ
  • อีกส่วนที่สำคัญคือ Risk management กองทุน MPAL ใช้เครื่องมือช่วยคัดกรองหุ้น มองเผินๆ เหมือนนโยบายที่ลงทุนคล้าย Basket / Index ทั่วไป แต่ด้วยความรับผิดชอบที่มีต่อลูกค้านักลงทุน เราจึงกำหนดให้ผู้จัดการกองทุน สามารถเข้ามีหน้าที่ในการวิเคราะห์ ปรับสัดส่วนการลงทุน โดยเน้นที่มาตรวัดความเสี่ยงและเกณฑ์ของการ Stop loss ได้ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเงินลงทุนจะไม่ถูกถัวกระจายและ “ทิ้งฉันไว้กลางทาง”

ผลตอบเเทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ?

กองทุน MPAL เริ่มให้บริการแก่นักลงทุนแล้ว แต่ผลตอบแทนยังไม่ยาวนานพอจะนำเสนอตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (Aggregate Portfolio Return)ได้ แต่หากพูดถึงผลของการทดสอบด้วยสถิติในอดีต (Backtest โดยรวมค่าใช้จ่าย commission ซื้อขายหุ้นและค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน) ของโมเดลการลงทุนของกองทุน MPAL นั้น ผลตอบแทนทบต้นเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ปีละ 8.97% และ ผลตอบแทนสูงสุดที่ปีละ 64.43% และต่ำสุดที่ -18.61%

กองทุนนี้เหมาะกับใคร ?

กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่

  • ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นไทย แต่ไม่มีเวลาติดตาม เลือกหุ้น และ ปรับพอร์ตตามสถานการณ์
  • ต้องการลงทุนระยะยาว โดยให้กองทุนทำหน้าที่สร้างผลตอบแทนตามสถานการณ์การลงทุนโดยอัตโนมัติ
  • ต้องการประยุกต์เอานวัตกรรมและเทคโนโลยี มาใช้กับเงินการลงทุนของท่าน เพื่อปรับปรุงให้”วิธี”การลงทุนมีความสอดคล้องกับความเป็นจริงของโลกในปัจจุบัน


ก้าวต่อไปคืออะไร ?

ผมเชื่อว่าโลกการลงทุน หากใช้แค่การเลือกหุ้นราคาถูก ตามหลักการพื้นฐานหรือสัดส่วนง่ายๆ เช่น P/E หรือ P/B จะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพออีกต่อไป เหตุด้วยปัจจุบันมีเครื่องมือที่ถูกพัฒนามาสู้รบกันในกระดานมากมายนักลงทุนอยู่ในจุดที่ต้องเลือกว่าจะปรับปรุงให้ “วิธี”การลงทุนของท่านเองมีประสิทธิภาพสูงขึ้นให้เท่าทัน หรือ เลือกใช้บริการที่มีการประยุกต์นวัตกรรมเข้ามาใช้ มิเช่นนั้นนักลงทุนที่รู้ไม่เท่าทันก็อาจตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงและต้องออกจากตลาดไปอย่างน่าเสียดายเท่านั้นเอง

คุณบิ๊กยังเสริมอีกด้วยว่า การนำ Software Algorithm สมองกลมาใช้ในการบริหารการลงทุนนั้นเริ่มมีมาบ้างแล้วที่ต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา แต่ส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในกองทุนประเภท Hedge Fund ที่นอกแหนือกฏเกณฑ์ หรือเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะทำการซื้อลงทุนได้ทิศทางของเทคโนโลยีการลงทุนนี้ หรือ Wealth Tech อย่างไรก็จะเข้ามาในเมืองไทยและอีกหลายๆประเทศ เนื่องจากเมื่อตลาดหรือประเทศมีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ว่ามนุษย์จะมีความสามารถเพียงใดก็ไม่สามารถวิเคราะห์หุ้นทั้งตลาดในเชิงลึก เช่น การดูงบการเงินอย่างละเอียดย้อนหลัง 5 ปีในทุกๆวันได้ ตัว Algorithm นี้จึงเป็นเพื่อนหรือเครื่องมือช่วยเหลือที่ดีให้กับผู้จัดการกองทุนเป็นการเสริมอาวุธที่แข็งแรง แถมยังทำการปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดีขึ้นได้ตลอด

“โดยส่วนตัว ผมคิดว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นและทุกคนต้องทำ” คุณพงษ์ธรเสริม เพียงแต่ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่พลาดโอกาสที่จะเริ่มไปด้วยเพียงเหตุผลที่ว่า “เราคงไม่มีเวลาติดตาม ไม่เก่งพอ หรือกลัวการขาดทุนเพราะไม่รู้ ไม่มีเวลาจัดการ”ผมขอชวนคิดแบบเปรียบเปรย อุปมาอุปมัยว่าหากคุณเกิดป่วย ปวดท้องไส้ติ่งคุณคงไม่มานั่งคิดนะครับ ว่าต้องไปสมัครเรียนหมอ ท่องตำราแพทย์ ซื้อเครื่องมือ เช่าห้องผ่าตัด เพื่อรักษาไส้ติ่ง ทั้งๆที่คำตอบคือ อาจจะง่ายๆ แค่เดินไปหาหมอที่โรงพยาบาลให้เค้ารักษาผ่าตัดให้ คุณไม่ต้องทำเอง ถนัดไปทุกเรื่อง การปรึกษาให้มืออาชีพจัดการให้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ก่อนไส้ติ่งจะแตก เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ แถมเสียเงินอีกนะครับ

นักลงทุนที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมแบบย่อได้ที่ คลิ้ก

กองทุน MPAL

เริ่มง่ายๆ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท เท่านั้น

(โปรโมชั่นจำกัดระยะเวลา)

สนใจลงทุน / รายละเอียดเพิ่มเติม >>> คลิ้ก