Tramadol 200Mg Online คาดการณ์ภาพรวมตลาดหุ้นไทย

ทิศทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ (1-5 เม.ย. 62) มองว่าดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,630-1,670 จุด เป็นการแกว่งตัวทางขึ้นได้จากปัจจัยหนุนต่างประเทศเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีทิศทางดีรวมทั้ง MSCI ปรับวิธีคำนวณโดยรวม NVDR เข้ามาด้วย ทำให้น้ำหนักลงทุนหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3% จากเดิม 2.5% ส่งผลให้ Fund Flow ไหลเข้ามา หนุนดัชนีให้ปรับขึ้นได้ และ ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหลังจากตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนสูงสุดในรอบ 6 เดือนประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐพลิกกลับมาเป็นบวกจึงเป็นผลดีต่อหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง สำหรับภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีแกว่งอยู่ในกรอบ 1,617.89-1,644.27 จุด ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ แต่ยังปิดต่ำกว่า 1,640 จุดเล็กน้อย โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,638.65 จุด (29 มี.ค.) ลดลง 7.64 จุด (-0.46%)จากระดับปิดที่ 1,646.29 จุด (22 มี.ค.)

ทั้งนี้ดัชนีสัปดาห์ก่อนหน้าในวันจันทร์ปรับตัวลงจากความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอยหลังตัวเลข PMI ภาคการผลิตของยุโรป-สหรัฐออกมาไม่ดีประกอบกับปัจจัยทางด้านการเมืองที่ยังกดดันเกี่ยวกับความไม่แน่นอนการฟอร์มทีมรัฐบาลที่ยังรอดูว่ามีเสถียรภาพหรือไม่ในช่วงวันอังคารดัชนีปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค จากการตอบรับส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี และ 2 ปี ฟื้นตัวขึ้น ส่วนกลางสัปดาห์ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่แกว่งไซด์เวย์ตลอดทั้งวัน เนื่องจากรอดูปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ทั้งเรื่องเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนความคืบหน้าการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) และรอการฟอร์มรัฐบาลที่ยังไม่แน่นอนของการเมืองไทย สำหรับปลายสัปดาห์ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องโดยได้รับปัจจัยบวกหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งทำให้ตลาดมีการผ่อนคลายลง แต่ยังคงรอดูความชัดเจนการเมืองต่อไป รวมทั้งการคาดการณ์ MSCI ปรับเกณฑ์นำ NVDR มาคำนวณด้วย และ ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยทำให้มีการเก็งกำไรหุ้นที่รับประโยชน์จากการเปลี่ยนเกณฑ์

ดังกล่าว

กลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นการถือหุ้นต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้แนะนำให้ซื้อมาในช่วงที่ดัชนีต่ำกว่า 1,620 จุด โดยคาดว่าในระยะกลางมีความเป็นไปได้ที่ดัชนีจะขึ้นไปที่ระดับ

1,670 จุด จากนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างชาติที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่หนุนดัชนีแต่ก่อนที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้นต่ออาจจะเผชิญกับแรงขายที่จะเกิดขึ้น แนะนำให้ขายทำกำไรไปบางส่วนได้ในช่วงที่ดัชนียืนเหนือระดับ 1,650 จุด เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องทางด้านการเมือง สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในการเข้าซื้อมองว่ายังเป็นคงเน้นหุ้นพื้นฐาน

และหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล โดยในช่วงเดือน เม.ย. และพ.ค. จะมีหุ้นที่ขึ้นเครื่อง XD อยู่หลายตัว และเป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับสูง แนะนำให้เข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาเพื่อรอรับเงินปันผลรวมทั้งหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นผู้บริโภคจากรัฐบาลใหม่หุ้นเกี่ยวกับโครงการ ECC หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐ และ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับขึ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

ได้แก่ ทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนสถาบัน การถอนตัวของอังกฤษจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนในช่วงต้นเดือน เม.ย. 

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะมีประกาศออกมาในสัปดาห์นี้ได้แก่      

1เม.ย.

  • ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ.                         
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)
  • ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.                         –
  • ดัชนีภาคการผลิตเดือน มี.ค.                      

2เม.ย.

  • ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.พ.          

3 เม.ย.

  • ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน มี.ค.                         
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน มี.ค.                         
  • ดัชนีภาคบริการเดือน มี.ค.                         
  • สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์       

4 เม.ย.

  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์            

5 เม.ย.

  • ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มี.ค.