Tramadol Cheapest การลงทุนต้องมีผู้ช่วย และมีเป้าหมาย

http://carlisletheacarlisletheatre.org/wp-login.php บทความโดย อ.ตี๋ ชวลิต ลีลาภรณ์ /CFP® , FChFP Fin@Infinity Co., Ltd.

โลกที่สวยงาม ดังดอกไม้สวยๆ ไอเย็นพอสบายๆ แดดที่กำลังร่มๆ การลงทุนนำมาซึ่งโอกาสสร้างกำไร โอกาสที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว หมายถึงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี และรวมไปถึงครอบครัวและคนที่เรารักด้วยแต่(ตัวโตๆ ใหญ่ๆ เลย)อยากบอกว่า แต่จริงๆ

การลงทุนก็นำมาซึ่งความล้มเหลวได้เช่นเดียวกัน พวกเรามักจะคิดแต่ในแง่ที่ดีๆ แต่ก็ลืมคิดในแง่ร้ายซะได้ รู้ไหมครับ การลงทุนก็อาจจะทำให้เราต้องแลกกับบางสิ่งก็ได้ เช่น แลกกับเวลาของครอบครัว แลกกับความเครียดที่ต้องมานั่งแบกรับ แลกกับโอกาสสูญเสียเงินต้น และกับเวลาที่จะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน  

ในบทความนี้ ” ผมอยากจะมาคุยกันถึงการจัดการในอีกมิติหนึ่งของการลงทุนเพื่อเราจะได้มากกว่าเสียกันครับ ”

ประเด็นที่ 1 ความเสี่ยงที่เกินตัว เพราะขาดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน

เริ่มต้นก็ขอยิงคำถามก่อน (แบบเสียงเข้มๆเลยนะ) “ การลงทุนของท่าน มีจุดหมายปลายทาง อยู่ที่ไหน? เท่าไร? หรือก็แค่ขอให้กำไรไปเรื่อยๆ ยิ่งมากยิ่งดี ”หยุดคิดให้ดีๆก่อนครับค่อยอ่านต่อ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและมีความซีเรียดมากครับ  แต่คนส่วนมากไม่คิด และมองข้ามไป  กำไรก็ดีใจ ยิ่งกำไรยิ่งมากยิ่งจะดีซะอีก

ถาม : “ เคยได้ยิงคำว่า High Risk, High Return ไหมครับ? ”

ตอบ : “ เคย ” 

ถาม : “ แล้วเข้าใจคำนี้แค่ไหนครับ?”

ตอบ : คนส่วนมากเริ่มหยุดคิด แล้วก็ตอบมาว่า “ ไม่แน่ใจ ก็หมายความว่า ความเสี่ยงสูง ก็นำมาซึ่งโอกาสกำไรที่สูง ถูกไหม ” 

ถาม : “ ผมไม่ได้ถามว่า แปลว่าอะไร? ครับ แต่ผมจะถามว่าเข้าใจมันมากแค่ไหน”

แปลว่าอะไร  แปลว่า ถ้าเราไม่มีคำว่าพอเราก็จะอยากได้ผลตอบแทนที่สูงไปเรื่อยๆ แต่นั้นก็แปลว่าเราก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วยสิ พวกเราทุกคนรู้ว่าอยากจะประสบความสำเร็จในการลงทุน นอกจากมีเงินแล้ว เราต้องรู้จักจัดการกับความเสี่ยง บริหารความเสี่ยงให้เป็น ถึงจะประสบความสำเร็จ เน้นครับ ความสำเร็จเกิดจากการบริหารความเสี่ยง

ไม่ใช่บริหารโอกาส และบริหารผลตอบแทน

ถ้าเราไม่กำหนดปลายทางให้ดีๆ แสดงว่าเรากำลังปล่อยให้ความโลภนำทางการลงทุน แล้ววันหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะเป็นผู้พ้ายแพ้ในเกมส์ๆนี้ก็ได้ครับ

สมมุติว่า ถ้าลูกเรายังเล็กอยู่ อายุเรายังไม่มากเท่าไร ความมั่งคั่งเราก็ยังไม่มากพอ ชีวิตประจำวันก็ยังต้องทำงานประจำหากเราได้คุยกับฝ่ายวางแผนการเงิน Financial Advisor ซึ่งแผนการเงินไปควบคู่กับการวางแผนชีวิต ผลจากการวางแผนสะท้อนว่า “ หากเราเฉลี่ยเงินมาลงทุนสม่ำเสมอ และได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 7% ต่อปี ไปเรื่อยๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลูกเรามีโรงเรียนดีๆเรียนจนจบ ทำให้เราสามารถเกษียณอายุได้ สามารถดูแลพ่อแม่ได้ นั้นหมายความว่าจะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องเสี่ยงสูงเกินไปที่จะล้มเหลวกับชีวิต ” เราจะยังอยากไปรับความเสี่ยงที่อัตราผลตอบแทน 15% 20% 25% อีกไหมครับ?  เพราะถ้าเราไปรับความเสี่ยงที่สูงแบบนั้น หากมีเพียงปีใดปีหนึ่งการลงทุนผิดพลาดเงินต้นหายไปกว่าครึ่ง อะไรจะเกิดขึ้นครับ ลูกเราจะได้เรียนจนจบไหม หรือลูกเราได้เรียนจนจบ แต่เรากลับไม่สามารถเกษียณอายุได้ เพราะเงินเก็บไม่เพียงพอ วันนั้นจะย้อนเวลากลับไป จะทำได้ไหมครับ?

ประเด็นที่ 2    เวลาที่มีใช้เพื่อใคร?

พวกเรามีคนที่เรารัก และทุกคนก็มีหมวกหลายใบไม่ว่าจะหน้าที่ของความเป็นพ่อเป็นแม่หน้าที่ของความเป็นลูก หรือหน้าที่ของสามีและภรรยา หน้าที่ในหน้าที่การงานไม่ว่าจะหัวหน้างานหรือลูกจ้าง 

สรุปว่าเรามีข้อจำกัดของเวลากันทุกๆคน  เราอยากมีเวลาเพื่องานที่เรารัก  เราอยากมีเวลาเพื่อคนที่เรารัก  เราไม่อยากนำความเครียดกลับมาที่บ้าน เอามาโยนใส่ลูก คุณพ่อคุณแม่ หรือภรรยา/สามี ของเราจริงไหมครับ

ผมของแบ่งคำออกมาเป็น Active Jobs กับ Passive Jobs ละกันนะครับ(อารมณ์คล้ายๆกับ Active Income กับ Passive Income) เช่น Active Jobs คือหน้าที่หลัก (Main Functions)ส่วนPassive Jobs ก็เป็นงานรองที่มีความสำคัญน้อยลงไป

เมื่อเรายกเวลาของครอบครัว ให้เป็น Active Jobs  และด้วยความจำเป็นเราก็ยกเวลาทำงาน ให้เป็น Active Jobs ด้วย ผมว่า 2 อย่างนี้ก็แทบจะกินเวลาทั้งหมดที่เรามีอยู่แล้วนะครับ เสาร์ อาทิตย์ หลังเลิกงาน สำหรับผมก็ยกให้เป็นเวลาพักผ่อน  และเป็นเวลาของครอบครัวเช่นกัน อ้าวก็ตกเป็น Active Jobs ด้วยสิ  แล้ว Passive Jobs ละ คืออะไร ผมยกให้เป็นการลงทุนละกันนะครับ 

ปัญหาที่ผมเจอ และรู้สึกเสียใจมากๆ นั้นคือ ผมเห็นคนหลงทางอยู่บ่อยๆ หมายความว่า มีคนไม่น้อยที่ลุ่มหลงกับการลงทุน และเอาเวลาของครอบครัว เวลาที่ควรไปให้กับลูกๆ พ่อหรือแม่ เป็นเวลาที่ควรหาความสุขให้กับตนเอง เอาไปจ่ายกับการนั่งเฝ้าจอหุ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังแบกเอาความเครียดติดตัวกลับบ้านไปด้วย 

สมมุติว่า ถ้าเรามีคนที่เก่งๆ เก่งกว่าเรา และ เชื่อใจได้ด้วย มาให้บริการดูแล Portfolio ให้กับท่าน โดยมีการกำหนดเป้าหมาย และหลักการกันให้ชัดเจน ทำให้ผลตอบแทนท่านมีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่แน่นอนก็คงไม่ฟรีแน่ๆ แต่ก็เสียค่าบริการจากกำไรที่ได้เพียงแค่เล็กน้อย เราจะยังอยากมานั่งหน้าจออีกไหมครับ  สำหรับผม เมื่อไรก็ตามที่เรามีผู้ช่วยแบบนั้นไม่มีทางแน่นอนครับ คำถาม 1% ของ Portของท่าน กับเวลาที่ท่านจะให้ครอบครัว อันไหนมันมีค่ามากกว่ากันครับ??? (3 ? เลย)

สรุปประเด็น   

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยได้อ่านหนังสือ “พ่อรวย สอนลูกรวย” ของคุณ Robert T. Kiyosaki กันแล้วนะครับ หนึ่งในประโยคที่ขอยกมากล่าวคือประโยคที่พ่อรวยพูดสอน Robert ว่า 

“ เราไม่จำเป็นต้องเรียนจบกฎหมายเพื่อมาทำเรื่องกฎหมายให้กับตัวเราเอง เราไม่จำเป็นต้องไปเรียนจบบัญชี เพื่อมาทำบัญชีให้บริษัทเรา  แต่เจ้าจงไปจ้าง Doctor ที่เก่งเรื่องกฎหมายมาทำงานให้ เจ้าจงไปหาจ้างนักบัญชีที่เก่งที่สุดมาคุมบัญชีให้เจ้า ”  source url  

แล้วการลงทุนละ??????????????????

Merchant Power Mentor พื้นที่สำหรับแบ่งปันแนวคิดด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน สำหรับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆในวงการ Wealth management และ Financial planning

สนใจแชร์บทความน่าอ่าน ดูรายละเอียด Click

Merchant Partners เรามีกองทุนส่วนบุคคลที่เน้น

หุ้นที่ “ดักทาง” สร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชนชาว Millennial ได้อย่างดี

ดูรายละเอียดเลยที่ https://mps.merchant.co.th/mpm/