อนาคตของการตัดสินใจในการลงทุน

การพัฒนาเครื่องมือในการตัดสินใจลงทุนมีพัฒนาการต่อเนื่องมาตามข้อมูลที่ถูกเก็บสะสมอย่างมีระบบจากในอดีต ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อนำมาใช้ประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น แต่หากพูดถึงในเวลานี้ เครื่องมือที่ทั้งเป็นทั้งปัจจุบันและอนาคตต่อไปคงจะหลีกนี้จากสิ่งนี้ไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ “AI”

อะไร คือ AI ?

AI มาจากคำว่า Artificial Intelligence หรือในภาษาไทย เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ ในมุมของขอบเขตการศึกษา AI เป็นสาขาหนึ่งของ Computer Science ที่ศึกษาเกี่ยวกับความฉลาดของเครื่องจักร 

ในคอร์สออนไลน์  AI For Everyone สอนโดย Andrew Ng อดีตผู้ก่อตั้งทีม Google Brain และ VP & Chief Scientist ของ Baidu บริษัท search engine ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ได้สรุปว่า AI ที่พูดถึงในสาธารณะตอนนี้จะมีอยู่สองรูปแบบ ได้แก่

AGI- Artificial General Intelligence เป็นระบบ AI ที่สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ และสามารถโต้ตอบกับมนุษย์ทั่วไปได้ เรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายหลักของงานวิจัยสายปัญญาประดิษฐ์ ถ้าพูดให้เห็นภาพคงจะหมือน AI ในหนัง Sci-fi อย่าง Terminator ที่หุ่นยนต์วางแผนทำลายโลก และสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้พร้อมๆกันในเวลาเดียว เช่น เดิน วิ่ง ขับรถ ยิงปืน

ANI – Artificial Narrow Intelligence คือ AI ที่เก่งเฉพาะทาง ถูกสร้างมาให้ทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ การพัฒนา AI ในปัจจุบันจะอยู่ในแนวทางนี้ เช่น AlphaGo ในโปรเจค Google Deep Mind หรือการนำ AI มาช่วยในการขับรถในโหมต Autopilotของ Tesla หรือการใช้ระบบจดจำสิ่งของ (Object Recognition) เพื่อช่วยในการเป็น AI Co Pilot ของ Nvidia หรือแม้แต่ฝั่งแบรนด์จีนอย่าง Huawei ก็ได้ทดลองนำชิปเซ็ต KIRIN มาให้รถเรียนรู้เพื่อหลบสิ่งมีชีวิต 

AI ทำงานอย่างไร ?

เครื่องมือสำคัญของการพัฒนา AI คือ Machine Learning โดยใช้เทคนิค Deep learning ซึ่งเป็นชุดคำสั่ง (Algorithm)ที่จำลองการทำงานของสมองมนุษย์

(Neuron Networks) ในการเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง  หนึ่งในวิธีการทำงานของ Machine Learning ที่เป็นที่นิยมคือรูปแบบการเรียนรู้แบบ Supervised learning เป็นชุดคำสั่งที่เน้นสอนคอมพิวเตอร์โดยการศึกษาจากข้อมูลตัวอย่าง เช่น ถ้าอยากให้คอมพิวเตอร์แยกภาพหมาออกจากภาพสัตว์ชนิดอื่นก็ต้องมีข้อมูลภาพตัวอย่างของหมาป้อนเข้าไป หรือในกรณีการขอสินเชื่อธนาคารก็จะมีข้อกำหนด หนึ่ง สอง สาม สี่ ต้องผ่านลำดับขั้นตอน (Criteria) ตามนี้จึงจะอนุมัติได้ ดังนั้นการใช้คอมพิวเตอร์ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ ตามลำดับขั้นตอน

อย่างมีกฎ มีระเบียบ ตามที่ถูกข้อมูลป้อนเข้าไปจึง มีความผิดพลาดน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่าหากเทียบกับการประมวลผลของมนุษย์โดยทั่วไป 

โดยสรุป AI ในปัจจุบันยังมีขอบเขตเพียงเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น โดยการเรียนรู้ของ AI จะมีความคล้ายกับมนุษย์และต้องอาศัยมนุษย์ในการเรียนรู้เพียงแต่สามารถทำอะไรซ้ำๆ ได้ด้วยตนเอง อย่างที่ไม่มีความเหนื่อยล้า และเกิดข้อผิดพลาดจากความเอนเอียงค่อนข้างน้อยกว่าการทำงานของมนุษย์

AI กับการใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน 

หนึ่งในข้อมูลที่จำเป็นที่สุดของการตัดสินใจลงทุนในบริษัทคือ “งบการเงิน” เพราะสะท้อนฐานะและตำแหน่งของบริษัทในอุตสาหกรรมนั้นๆ,ฉายให้เห็นประสิทธิภาพในการทำกำไรเพื่อสร้างการเติบโตและความยั่งยืนของสภาพคล่องบริษัท อีกทั้งยังทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของแนวทางในการบริหารของฝ่าย Management ต่อความเป็นไปในอนาคตผ่านการใช้ทรัพยากรในองค์กร ทำให้ “งบการเงิน” เป็นอาวุธสำคัญในการตัดสินใจของ ผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) มาอย่างยาวนาน

Algorithm กับการเป็นผู้ช่วยเพื่อการวิเคราะห์ในการลงทุน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากพูดถึงประสิทธิภาพของการทำซ้ำ มนุษย์คงจะสู้หุ่นยนต์ไม่ได้รวมถึงความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูล และโอกาสเจอความผิดพลาดที่มากกว่าจากความเหนื่อยล้าในแต่ล่ะวัน 

หากย้อนกลับไปถึงเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์การลงทุนคงหนีไม่พ้นการใช้อุปกรณ์อย่าง Worksheet ใน Excel ในการทำงานแบบเดิมซ้ำๆกันไป แต่ลักษณะการทำงานของหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนข้อมูลโดยการเขียนโค้ดเชื่อมต่อ API (Application Programming Interface) กับทางแหล่งข้อมูลโดยตรง ย่อมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ในลำดับถัดไป คือ การวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อเชื่อมโยงภาพรวมเศรษฐกิจ ทั้งจากบริบทจากแถลงการณ์ของ Regulator และกฎ ระเบียบข้อบังคับของภาครัฐฯ ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ร่วมกับข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เชิงการเงิน (Non-financial data) แม้หุ่นยนต์อาจจะยังทำงานร่วมกับขั้นตอนนี้ได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพมากนักเนื่องจากยังต้องอาศัยข้อมูลจำเพาะเพื่อการเรียนรู้แต่ยิ่งมีข้อมูลเหล่านี้ออกมาในรูปแบบดิจิตอลไฟล์มากขึ้นเรื่อยๆย่อมจะเป็นโอกาสในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อร่วมตัดสินใจไปกับผู้จัดการกองทุนได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ลองดูตัวอย่างหลักการทำงานร่วมกันระหว่าง หุ่นยนต์ (สถิติ) กับผู้จัดการกองทุน (คุณภาพ) ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้บริการจัดการลงทุนในรูปบบ One stop service ภายใต้ชื่อ “Merchant Power Algorithm” หรือ “MPAL” คลิ๊กเพื่ออ่านต่อ “ทำไมต้อง MPAL”

กองทุน MPAL เริ่มง่ายๆ ด้วยเงิน

ลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท เท่านั้น (สามารถโอนหุ้นมาเป็นหลักทรัพย์เริ่มต้นกองทุนได้)

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ เริ่มกระบวนการลงทุน

ได้เลย >>> คลิ้ก