“Pay yourself first”

จ่ายเงินให้กับตัวเองบ้างหรือยัง?

ภายหลังที่เราทำงานอย่างหนักมาทั้งเดือนเพื่อแลกกับเงิน 1 ก้อน เราอาจจะอยากให้รางวัลกับตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เป็น เสื้อ, นาฬิกา, หรือมือถือใหม่สักเครื่อง มานอนกอดฟินๆ ฟังดูน่าจะมีความสุขนะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังจ่ายเงินที่ทำงานมาแทบตายให้กับคนอื่น

 

ไหนยังจะต้องมาเคลียร์บิลประจำเดือน ทั้งค่าผ่อน, เช่า, ค่าบริการต่างๆ การตั้งเป้าจะเก็บเงินสักก้อนอาจกลายเป็นเรื่องยาก หรืออาจจะทำไม่ได้เลย

 

Pay yourself first ถือเป็นอีกวลีหนึ่งที่ฝรั่งนิยมใช้ในปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวคิดในการวางแผนเงินการส่วนบุคคลที่ต้องการมุ่งสู่วัยเกษียณก่อนกำหนด โดยการแบ่งเงินส่วนนึงไว้ทันทีเมื่อได้รับรายได้ วิธีนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเย้ายวนที่จะเสียตังได้อย่างสินเชิง และสะสมได้ตรงเป้าอย่างสม่ำเสมอ

 

ลองถามตัวเองอีกทีว่าอยากได้เท่าไรต่อปี? แล้วต้องจ่ายตัวเองเท่าไรต่อเดือน?

การให้เงินกับตัวเอง หมายถึงการมีอำนาจนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินเพิ่มพูนต่อไป วิธีที่ง่าย และมีความเสี่ยงต่ำที่สุดคือเอาไปฝากธนาคาร แล้วกินดอกเบี้ย แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายเครื่องมือการลงทุนให้เลือกอีกมากมายให้เลือกตามความเสี่ยงที่รับได้ เช่น กองทุนต่างๆ

 

Breaking Down “Pay yourself first”

 

เพราะการใช้ชีวิตในสังคมล้วนมีแต่การจ่าย ไม่ว่าจะเป็น กิน, ผ่อน, เช่า, ค่าบริการต่างๆ (น้ำ, ไฟ, โทรศัพท์, อินเตอร์เน็ต), ภาษีสังคม แม้แต่จะซื้ออะไรสักอย่างให้ตนเอง ล้วนแต่เป็นการจ่ายเงินให้คนอื่นทั้งสิ้น การตั้งเป้าจะเก็บเงินสักก้อนอาจกลายเป็นเรื่องยาก ที่จะทำได้อย่างที่ตั้งใจ หรืออาจจะทำไม่ได้เลย ในเมื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายไม่ได้ เราลองมาเรียงลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องจ่ายมากที่สุดกันใหม่ ภายหลังที่ทำงานอย่างหนักเพื่อแลกกับเงินเดือน คนที่ควรค่าแก่การจ่ายเงินให้มากที่สุดคือ “ตัวเราเอง” ถามตัวเองอีกทีว่าอยากได้เท่าไรต่อปี? แล้วต้องเก็บเท่าไรต่อเดือน?

Where’s The money goes?

การจ่ายเงินให้กับตัวเองคือการนำเงินไปลงทุนให้กับตัวเอง เพื่อที่จะให้เงินเพิ่มพูนต่อไป วิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาไปฝากธนาคาร วิธีนี้นอกจากจะเก็บเงินได้ตามเป้าแล้วยังได้กินดอกเบี้ยด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลายเครื่องมือในการลงทุนให้เลือกอีกมากมาย (เช่น การลงทุน, ซื้อหุ้นกู้, LTF RMF , อื่นๆ)

แม้ในช่วงแรกอาจจะอึดอัดบ้าง ในค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คล่องตัวแบบเมื่อก่อน แต่นั้นจะเป็นแรงผลักดันให้เรามองหาช่องทางการหาเงินเพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

Bottom Line

การแบ่งเงินจำนวนนึงมาให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเอาไปลงทุน หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ยามเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด (เช่น อุบัติเหตุ หรือค่าพยาบาลต่างๆ) เงินที่เหลือคือเงินที่เราสามารถเอาไปใช้จ่ายได้ตามสบาย วิธีนี้นอกจากจะทำให้เรามีอิสระทางการเงินแล้ว ยังทำให้ลดความเครียด ความกังวลต่างๆ ที่จะต้องระวังให้เหลือเงินพอเก็บในปลายเดือนได้อย่างสิ้นเชิง

แม้ในช่วงแรกเราอาจจะอึดอัดบ้างในค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คล่องตัวแบบเมื่อก่อน แต่นั้นจะเป็นแรงผลักดันให้เรามองหาช่องทางการหาเงินเพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป

 

ไม่ว่าจะเอาไปลงทุน หรือเก็บเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ยามเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด (เช่น อุบัติเหตุ หรือค่าพยาบาลต่างๆ) เงินที่เหลือคือเงินที่เราสามารถเอาไปใช้จ่ายได้ตามสบาย วิธีนี้นอกจากจะทำให้เรามีอิสระทางการเงินแล้ว ยังทำให้ลดความเครียด ความกังวลต่างๆ ที่จะต้องระวังให้เหลือเงินพอเก็บในปลายเดือนได้อย่างสิ้นเชิง

 

ภายหลังที่เราทำงานอย่างหนักมาทั้งเดือน คนที่ควรค่าแก่การรับเงินมากที่สุดก็คงไม่พ้น “ตัวเราเอง”

reference : https://www.investopedia.com/terms/p/payyourselffirst.asp

 

 

Merchant Partners เรามีกองทุนส่วนบุคคลที่เน้น
หุ้นที่ "ดักทาง" สร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชนชาว Millennial ได้อย่างดี
ดูรายละเอียดเลยที่ http://mps.merchant.co.th/mpm/