ตีแผ่ คาถาวิเศษ “ลงทุนระยะยาว” มันดีจริงหรือ ?

ไม่ว่าท่านจะเคยลงทุน หรืออ่านบทความแนะนำการลงทุนสำนักไหนมาก่อน ท่านต้องเคยได้ยินคำชวนเชื่อที่ว่า “สร้างความมั่งคั่งด้วยการลงทุนระยะยาว” แต่ถ้าถามผมว่า มันเป็นอะไรที่เชื่อได้จริงหรือ อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น

ผมตอบได้เลยครับ ว่า จริงและ เชื่อได้ การลงทุนระยะยาวจะทำให้ความเสี่ยงการขาดทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนถึงขั้นมีโอกาสไม่ขาดทุนเลยได้

จนอาจพูดได้ว่า “ขอแค่คุณมีเวลา ก็สามารถลงทุนสำเร็จได้” แต่ทำไมเราถึงทำใจเชื่อยากกันนัก หรือถ้าถามเอากันจริงๆก็คงเชื่อแหละ แต่ทำใจไม่ได้ ปล่อยเงินให้ทำงานระยะยาวไม่ได้สักที ผมคิดว่า ถ้าหากท่านเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้คาถาดังกล่าวเป็นจริง ท่านจะบอกตัวเองให้เริ่มทำได้ง่ายขึ้น

ลงยาวได้ ไม่ว่าลงอะไร ก็ไม่มีขาดทุน !!  (หรือมีโอกาสน้อยมาก ไม่งั้นโลกเราคงไม่มีคำว่าดอกเบี้ยใช่ไหมครับ) จากสถิติย้อนหลังของหลายสำนัก จะพบว่าหากลงทุนได้ระยะยาวนานถึง 20 ปีต่อเนื่อง ไม่ว่าท่านจะลงหุ้นล้วน ลงผสม หรือหนี้เพียวๆ โดยเฉลี่ยต่อปีแล้ว ท่านจะไม่ขาดทุนเลย !! แถมผลตอบแทนเฉลี่ยของพอร์ตหุ้นล้วนได้สูงถึง 11.1% ต่อปี ซึ่งได้มากได้น้อยขึนอยู่ความเสี่ยงของแต่คน

Screen Shot 2560-05-04 at 22.23.16.png
ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว จากการผสมพอร์ตการลงทุนแบบต่างๆ

อะไรคือเหตผุลเบื้องหลัง ทำไมเราควรจะทำใจหลับหูหลับตาลงทุนได้ ในเมื่อความเสี่ยงของตลาดทุนในปัจจุบันมีมากมายเหลือเกิน คาถาวิเศษลงทุนระยะยาวมีข้อดีอะไรบ้างที่จะช่วยให้นักลงทุนอย่างท่านนอนหลับได้สนิท

ต้องกระจายไม่กระจุก  การลงทุนระยะยาวโดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีการกระจายการลงทุนที่เพียงพอ ไม่เหมือนการลงทุนระยะสั้นที่สามารถโพกัสลงหุ้นเพียงไม่กี่ตัวได้ การกระจายเป็นไปเพื่อลดความเสี่ยง บางท่านอาจโต้แย้งว่าลงทุนแบบไม่ฟันธง กระจายไปสุดท้ายเฉลี่ยกลับเจ๊ากัน ไม่ได้อะไร นั่นเป็นเพราะท่านอาจกระจายมากเกินไป แต่เท่าไหร่ถึงจะเรียกได้ว่าพอดี ตอบสั้นๆ มากกว่า 5 ไม่เกิน 12 ตัวในพอร์ต ก็พอจะลดความเสี่ยงแบบ Non systemic risk ได้พอสมควรแล้ว

diversification4.jpg
การลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มจำนวนหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน

ไม่พลาดโอกาส วันสำคัญ ไม่ใช่วันแต่งหรือวันเกิด แต่มันคือวันที่หุ้นขึ้นกระจาย เขียวทั้งแผ่นดิน ท่านที่ไม่ประสบความสำเร็จจากการเข้าๆออกๆ รักๆ เลิกๆ เห็นข้อมูลตรงนี้แล้วจะต้องร้องอ๋อ แน่นอน

cortd
ความแตกต่างของผลตอบแทน หากเราไม่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นว่าการลงทุนระยะยาวและต่อเนื่อง ไม่กะจังหวะการลงทุนแบบไม่สม่ำเสมอ (Fully Invested) จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าแบบมีนัยสำคัญ (+9.22% ต่อปี) เพราะในปีการลงทุนหนึ่งจะมีอยู่ไม่กี่วันที่ผลตอบแทนจะดีมาก และถ้าท่านพลาดไป ก็เป็นไปได้ว่าจะไม่ได้ผลตอบแทนส่วนใหญ่ของปีนั้นๆ เลยทีเดียว และเผลอๆ ถ้าพลาดทั้งหมดนี่อาจทำให้ผลตอบแทนเป็นขาดทุนได้ในช่วงเวลาลงทุนเดียวกัน (-4.29% ต่อปี) นี่เป็นสาเหตุที่ทำไมต้องลงทุนต่อเนื่อง คำถามที่สำคัญกว่าคือ ถ้าท่านไม่มีเวลาแล้วจะทำยังไงได้บ้าง >> Private Fund คุณค่าที่คุณคู่ควร (รู้)

เงินทำงานตลอดเวลา อันนี้แน่นอนครับ หากเราลองย้อนดูผลตอบแทนโดยเฉลี่ยระยะยาว 20 ปีขึ้นไป จะพบว่าตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณปีละ 7% นั่นแปลว่าเราเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ ผลตอบแทนทบต้นก็จะยิ่งมากเท่านั้น ถ้าเรารู้ตัวเองดีว่า มีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานพอ เหลือเพียงแค่ “อดทน” ให้ได้เท่านั้น ท่านก็นอนหลับพร้อมกุมตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวไว้ในใจได้

ลงทุนกับบริษัทที่แข็งแกร่งโดยอัตโนมัติ หากท่านเลือกลงทุนระยะยาวโดยผ่านกองทุนแบบ Passive Fund เช่น Index Fund, ETF หรือดัชนีที่เป็นลักษณะ Market Cap Weight (เฉลี่ยน่ำหนักตามมูลค่าทางตลาดของกลุ่มบริษัทในดัชนี) แล้วล่ะก็ ท่านจะเสมือนลงทุนในบริษัทที่ดีและถูกคัดเลือกแล้ว โดยธรรมชาติ แปลว่า บริษัทที่ไม่ดี ธุรกิจไม่แข็งแกร่ง ทำกำไร เจาะตลาดไม่ได้ มูลค่าหุ้นจะค่อยๆหดหายและออกจากตลาดหรือดัชนีไปในที่สุด ส่วนบริษัทที่ทำกำไรได้ดี ก็จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเท่ากับเราก็สัดส่วนการลงทุนในบริษัทดังกล่าวมากขึ้นๆ ด้วยเช่นกัน (เพราะสัดส่วนในดัชนีของหุ้นนั้นๆ มากขึ้น) น่าจะช่วยหลบหุ้นปั่น หุ้นซิ่ง ซึ่งหุ้นเหล่านี้ เราคงไม่อยากมีไว้ในพอร์ตที่ลงทุนระยะยาวเท่าไหร่ ใช่ไหมครับ

canstockphoto9098193.jpg

แล้วลงอะไรดี ? ถ้าทำใจได้แล้วจริง 

คนที่เพิ่งจบใหม่ เพิ่มเริ่มทำงาน มีเวลายาวจริงๆ 30 ปีขึ้นไป ลงหุ้น 100% ไปเลยครับ และเชื่อเถอะว่า ถ้าโชคดีปีแรกๆ เป็นช่วงปีหุ้นขาขึ้น น้องๆจะมีคำถามว่า ควรออกจากงานมาเป็นนักลงทุนอิสระหาเลี้ยงชีพไหม ลองอ่านบทความนี้ดู ถ้าคุณแน่…อย่าแก่ก่อนรวย

ฉบับมนุษย์เงินเดือนก็ ถ้าแบบเอาไปใช้ได้เลยแบบ สรุปจบ  RMF LTF จัดให้เต็มก่อนครับ รับผลตอบแทนด้วยรูปแบบลดหย่อนภาษีไปก่อนหนึ่งดอก หลังจากนั้นอาจเริ่มง่ายๆ ด้วย Index Fund แล้วค่อยๆเพิ่มความเสี่ยงบางส่วน ผสมไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีความชำนาญ และคุ้นเคยกับการได้รับผลตอบแทน และขาดทุน ค่อยขยับไปสู่การจัดพอร์ตตามสภาวะการลงทุน

สุดท้าย กลางคนถึงวัยเกษียณ ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว มีเงินแล้วแต่เหลือเวลาไม่มากแล้ว ย้อนเวลาก็ไม่ได้ การเลือกให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยบริหารจัดการให้ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว (กองทุนรวมหรือกองทุนส่วนบุคคล) เพราะท่านที่สะสมจนได้เป็นเงินก้อนแล้ว

จากประสบการณ์ผม สิ่งที่ท่านต้องการและกังวลกับมันมากที่สุด ไม่ใช่การเฟ้นหาหุ้นลงทุน หรือกองทุนทีให้ผลตอบแทนดีที่สุด แต่เป็นการหาทางจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสม ไม่ให้เงินต้นสูญหายต่างหากที่สำคัญกว่า

รู้ดังนี้แล้ว ผมหวังว่าท่านจะได้เริ่ม ร่ายคาถาวิเศษที่ชื่อว่า “การลงทุนระยะยาว” กันได้เสียที

ข้อมูลอ้างอิง JPMorgan , Business InsiderNASDAQ

 

 

Merchant Partners เรามีกองทุนส่วนบุคคลที่เน้น
หุ้นที่ "ดักทาง" สร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชนชาว Millennial ได้อย่างดี
ดูรายละเอียดเลยที่ http://mps.merchant.co.th/mpm/