ตามติดชีวิตเทรดเดอร์ ตอนที่ 3 : การพัฒนาการเทรดให้มีกำไรสม่ำเสมอ

แม้การเทรดของเทรดเดอร์แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน เพราะมีเป้าหมายในการลงทุนหรือการเก็งกำไรที่แตกต่างกัน แต่จุดหมายปลายทางมักไม่ต่างกันคือ ต้องการกำไรให้ได้มากที่สุด และต้องการวิธีการที่ทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งการที่จะทำได้แบบนี้ต้อง “มีการพัฒนาการเทรดที่เหมาะสมกับตัวเอง” “ออกแบบให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน” และ “เลือกวิธีการเทรดให้เหมาะ”
ไม่ใช่จะเรียนรู้เพียงไม่กี่เดือน ลงเรียนกับกูรูหุ้นครั้งสองครั้งก็จะทำตามได้ทันที วิธีการเหล่านั้นอาจเหมาะกับแค่กูรูท่านนั้นก็ได้ แต่พอเราเอาไปใช้ตามกับไม่เวิร์คก็มีถมไป
เราถึงต้องประเมินตนเองก่อนว่า เรามีชีวิตประจำวันในแต่ละวันอย่างไร ธุรกิจส่วนตัว แต่ขายของมือเป็นระวิง ทำงานประจำ แต่ประชุมเป็นงานหลัก แบบนี้ถึงจะอยากเล่นสไตล์ ก็มันก็ไม่เอื้ออำนวยให้ทำ แทบเป็นไปไม่ได้เลย
เรามาลองออกแบบการเทรดของแต่ละคนดู เพื่อเป้าหมายในการทำกำไรให้มีความสม่ำเสมอกัน โดยเริ่มจากการประเมินชีวิตประจำวันของแต่ละคนดูก่อน

ปัจจัยที่ 1 : ความสามารถในการติดตามหุ้นที่เราซื้อไว้ เช่น
ถ้าไม่มีเวลาติดตามหุ้นได้แบบทุกๆ 10 นาที:- หลีกเลี่ยงหุ้นเก็งกำไร หุ้นซิ่ง หุ้นมีสตอรี่ทั้งหลาย หุ้นบางตัวเล่นไม่ถึง 5-10 นาทีจบแล้ว เลิกเล่น ถ้าไม่ได้เฝ้าจอไว้ ยากยิ่งนักที่จะเข้าไปเก็งกำไรได้ทันเวลา แถมเผลอตัวเข้าไปเล่น ติดดอยยาวไม่รู้ตัว ต้องมานั่งเครียดรอลุ้นให้ราคาหุ้นขึ้นถึงทุนอีก
แต่อนุโลมให้ศึกษาพฤติกรรมได้ เพราะมันมีประโยชน์ในการหาหุ้นเล่นสั้น เก็บไว้เป็นประสบการณ์เผื่อใช้ในอนาคต

ติดตามหุ้นได้ทุกชั่วโมง:- มีเวลาติดตามมากขึ้นหน่อย แต่อย่าลืมว่า ทำงานประจำบางทีมีประชุมด่วน ให้ไปลุ้นในห้องประชุมก็เสียการเสียงาน ธุรกิจส่วนตัวเหตุการณ์แบบนี้ก็มักมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเสมอ
แต่ก็ยังพอสามารถหาหุ้นเก็งกำไรล่วงหน้าได้จากการทำการบ้านหาหุ้นด้วยเทคนิคคอล ที่เลือกไทม์เฟรมราย 15 นาที/30 นาที ที่บ่งบอกแนวโน้มในระยะสั้นได้อยู่ ไม่ต้องถึงขนาดเฝ้าจอ เพียงแต่ต้องจำหรือจดราคาที่จะซื้อจะขายให้ได้

ติดตามได้เฉพาะช่วงก่อนเปิดตลาด และปิดตลาด ในแต่ละช่วง:- แบบนี้ถ้าเทรดด้วยกราฟเทคนิค เลือกไทม์เฟรมระดับ 60 นาที หรือไทม์เฟรม Day ก็ยังเหมาะสม ไม่เร็วเกินไป เก็งกำไรเป็นรอบได้ แค่วางแผนการเทรดแบบไม่มโนเอง โดยเฉพาะราคาที่จะขาย ราคาที่จะ Stop Loss ก็ปลอดภัยระดับหนึ่งแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ที่เทรดเดอร์ทำไม่ได้คือ วินัยในการเทรด พอขาดทุน ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็ไม่ยอม Stop Loss
และสิ่งที่รายย่อยมักจะเสียดายคือ การซื้อให้ได้ในราคาที่ต่ำที่สุด กับขายให้ได้ในราคาสูงที่สุด ซึ่งในโลกความเป็นจริง ไม่มีใครทำได้แน่นอน
และเราอาจจะใช้ปัจจัยพื้นฐานเข้ามาประกอบการพิจารณาเลือกซื้อหุ้นด้วยอีกทางก็ดี

ไม่มีเวลาติดตามในช่วงตลาดเปิดทำการ:- ถ้าแบบนี้บางทีการเลือกซื้อ “กองทุนรวม” ที่นำเงินของเราไปลงทุนในตลาดหุ้นก็จะเหมาะสมกว่า ดูแค่ตลาดภาพรวมวันละครั้ง
หรือถ้าจะลงทุนเองก็เน้นหุ้นที่มีความผันผวนน้อยในกลุ่มหุ้นแบบ SET50 หวือหวาขึ้นมาหน่อยก็ SET100 หรือหาหุ้นที่กำลังเติบโตได้ดี มีกำไรสม่ำเสมอหลายไตรมาสติดต่อกันหลายปี
แบบนี้เรารอจังหวะที่หุ้นปรับฐานตกลงมาหนักๆ จนมีอาการนิ่ง ไม่ลงต่อจากราคาบริเวณนั้น ค่อนข้างนานก็ค่อยๆ ทยอยซื้อเก็บ และเก็งกำไรในรอบใหญ่ หรือจะเน้นลงทุนไประยะกลาง/ยาว แบบวีไอ เลยก็ได้

นี่ขนาดแค่ขั้นแรก เรายังต้องรู้จักตนเองขนาดนี้ กูรูหุ้นเต็มที่ก็ได้แค่ไกด์แนวทางการเทรดเท่านั้น เพราะอย่างไรเรามีหน้าที่ออกแบบการเทรดให้เหมาะสมด้วยตัวเราเอง ซึ่งก็อย่าลืมติดตาม “การพัฒนาการเทรดให้มีกำไรสม่ำเสมอ” ในตอนต่อไปด้วยค่ะ

 

 

Merchant Partners เรามีกองทุนส่วนบุคคลที่เน้น
หุ้นที่ "ดักทาง" สร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชนชาว Millennial ได้อย่างดี
ดูรายละเอียดเลยที่ http://mps.merchant.co.th/mpm/