ตามติดชีวิตเทรดเดอร์ ตอนที่ 5

เลือก Indicators ที่ใช่ ใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

การเก็งกำไรดัชนีหรือหุ้นรายตัว ด้วยเครื่องมือทางเทคนิค หรือที่เรียกกันว่า Indicators เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมและมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะนักเก็งกำไรที่ชอบวิเคราะห์ทางเทคนิคมักจะหยิบมาใช้ เพื่อคาดคะเนทิศทาง หรือการกลับตัวของราคาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต มาช่วยตัดสินใจให้มีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งการใช้งานและตีความ Indicators ตัวนั้น ก็จะเป็นการนำข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขายมาคำนวนผ่านสูตรทางคณิตศาสตร์หรือสูตรทางสถิตินั่นเอง

แต่ Indicators ที่มีอยู่ในโปรแกรมกราฟมากมาย เราจะเลือกใช้ตัวไหนดี เพราะ Indicators แต่ละตัวก็ตีความหมายต่างกัน มีความเร็วความช้าในการช่วยตัดสินใจซื้อขายหุ้นที่ไม่เท่ากัน แต่โดยหลักๆ แล้ว Indicators ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้สูงก็จะมีความแม่นยำมากกว่า อย่างเช่น เส้น EMA, RSI และ MACD หรือบางคนก็ชอบใช้ STO และ Bollinger Band เพราะว่าถนัดในการตีความสัญญาณที่ให้กลับมามากกว่า และโดยส่วนใหญ่ก็จะมีการแสดงสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า ดัชนีหรือหุ้นตัวนั้น กำลังจะเปลี่ยนทิศทาง เราก็จะได้เพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายมากขึ้นด้วย

ซึ่งพวกเทคนิควิธีการตีความ Indicators ที่แนะนำมานั้น สามารถ Search หาข้อมูลอ่านเองได้เพียบอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ขอให้เราตีความให้ถูกต้อง ลอง Back Test Indicators ตัวนั้นย้อนหลังดู แล้วก็ลองซื้อขายหุ้นใส่ในกระดาษว่า ถ้าตัดสินใจตาม Indicators ตัวนี้ ในอนาคตอีก 1-3 วัน, 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ถัดมาจะเป็นอย่างไร มีความแม่นยำมากน้อยแค่ไหน ซื้อขายแล้วได้กำไรหรือไม่ นี่คือจุดที่นักเก็งกำไรต้องทำ เพื่อทดสอบ Indicators จนเราจะเจอตัวที่เราถนัดเพียงแค่ 1-2 ชนิด ก็เพียงพอที่จะช่วยเราตีความแล้ว อย่างเช่น การบอกแนวโน้มทิศทาง การความแข็งแกร่งเพื่อยืนยันแนวโน้มนั้น หรือการบอกแรงส่งของราคามีมากหรือน้อย ณ เวลานั้น และก็ไม่ควรจะใส่ Indicators ที่ให้ความหมายซ้ำกัน

เพราะการใส่ Indicators เข้าไปทั้งหมด และรอให้ทุก Indicators ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น ก็อาจจะช้าเกินไป กลายเป็นได้หุ้นที่ราคาสูง และพอมาจุดที่ต้องตัดสินใจขายก็อาจจะขายได้ที่ราคาไม่ดี ดูจากภาพตัวอย่างก็ได้ ว่า ตีความออกหรือเปล่า หรือว่าดูไม่รู้เรื่องเลย หรือกลับเพิ่มความลังเลให้มากขึ้นไปอีก เพราะไม่รู้จะเลือกตัดสินใจจาก Indicators ตัวไหนดี แถมที่สำคัญ Indicators ทุกตัว มีสัญญาณหลอก เราจึงจำเป็นต้องดูกราฟราคาหุ้นประกอบ และถ้ามีทิศทางที่สอดคล้องกัน ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรที่มากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการวิเคราะห์ดัชนีหรือหุ้นที่ผิดพลาดน้อยลง ใช้ร่วมกันกับการหาแนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) หรือรูปแบบราคา (Price Pattern) ก็ได้

โดย: แอดมิน Venus21

 

 

Merchant Partners เรามีกองทุนส่วนบุคคลที่เน้น
หุ้นที่ "ดักทาง" สร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชนชาว Millennial ได้อย่างดี
ดูรายละเอียดเลยที่ http://mps.merchant.co.th/mpm/