ความเติมคอนที่ที่แล้ว “ตอนที่ 1  รูปแบบความเสี่ยง และการตอบสนองของพฤติกรรมนักลงทุน“ (LINK) เราได้แบ่งความเสี่ยงออกเป็น ความเสี่ยงต่อตลาดเงิน “Financial Risks” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดทุน ที่จะโยงมาถึงศักยภาพของการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในอีกด้านหนึ่ง คือ ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ “Geopolitical Risks” แม้ไม่ส่งผลต่อการหดตัวของเศรษฐกิจ แต่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของนักลงทุนผ่านความตึงเครียดที่อาจชะลอหรือเลื่อนการลงทุนออกไป

สำหรับในตอนที่ 2 เราจะไปดูกันว่าดัชนีที่นิยมใช้สำหรับติดตามภาวะเศรษฐกิจ การเงินและความเสี่ยงโลก นั้นมีอะไรบ้าง

 

 

 

VIX Index (CBOE Volatility Index)

VIX Index เป็นดัชนีรายวันที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มนักลงทุนสถาบันในฐานะดัชนีที่สะท้อนความกังวลในตลาดต่างประเทศได้ดี โดย VIX Index มักจะสะท้อนความผันผวนในตลาดระยะสั้นด้วยการหาค่า Volatility หรือค่าความผันผวนผ่านตัว Option ของ S&P500 Index หาก VIX Index ปรับตัวสูงขึ้น แสดงว่าเกิดความกังวลในตลาดเพิ่มขึ้น

 

GFSI (Global Financial Stress Index)

เป็นดัชนีรายวันที่จัดทำโดย Bank of America Merrill Lynch ใช้เพื่อวัดความตึงเครียดทางการเงินทั่วโลก ซึ่งคำนวณจากหลายตลาดทั้งตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐฯ โดยถ้าดัชนีมีค่ามากกว่า 0 แสดงถึงความเครียดในตลาดการเงินมากขึ้นและถ้าน้อยกว่า 0 แสดงถึงความเครียดในตลาดการเงินที่น้อยกว่าปกติ

ตั้งแต่ปี 2000 – 2018 VIX Index และ GFSI สามารถเตือนเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกที่เกิดขึ้นได้ดี เนื่องจากมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกรวมถึงยังมีความสัมพันธ์ที่สูงขึ้นในระยะหลังด้วย (ปี 2010-2018) จึงนับเป็นเครื่องชี้ที่น่าสนใจ นำมาใช้ติดตามความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทางการเงิน

ดัชนี VIX Index เมื่อเทียบ ดัชนี S&P 500 ในช่วง 1ปี ที่ผ่านมา เราได้เห็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 โดยเป็นช่วงเวลาที่ตลาดต่างกังวลเกี่ยวกับ ภาวะ Inverted yield curve ของ     อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ความไม่มั่นใจต่อการเจรจาระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หลังสหรัฐตั้งหัวหน้าเจรจาคนใหม่ เป็น นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ซึ่งเข้มงวดกว่านายสตีเวน มนูชิน และความกังวลการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของ จีน, ยุโรป และ สหรัฐฯ

สอดคล้องไปกับ การปรับตัวของ GFSI Index กับ S&P 500  ที่มีสัญญาณเร่งตัวอีกครั้งในช่วงต้นตุลาคม 2561 โดยทะลุผ่านระดับ 0.00 ซึ่งเป็นตัวสะท้อนความกังวลของตลาด

Geopolitical Risk Index (GPR Index)

 

แนวทางติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ มีดัชนีอย่าง Geopolitical Risk Index (GPR Index) ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและนักวิเคราะห์เป็นอย่างมาก โดย GPR Index เป็นดัชนีที่เก็บรวบรวมจำนวนเหตุการณ์ความตึงเครียดจากการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้บนหนังสือพิมพ์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 10 ฉบับ แล้วจึงประมวลผลออกมาสร้างเป็นจำนวนความถี่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการนำไปวิเคราะห์เชิงปริมาณ โดยหาก GPR Index ปรับเพิ่มขึ้นมากจะแสดงถึงความกังวลต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น

 

หากนักลงทุนอยากศึกษาและทำความเข้าใจในดัชนีทั้ง 3 เหล่านี้ เราแนะนำให้อ่าน Paper ฉบับเต็มที่เผยแพร่โดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเป็นงานเขียนของ คุณทิพย์ประภา เหรียญเจริญ และคุณณัคนางค์ กุลนาถศิริ  สามารถติดตามตามได้จาก Link นี้ได้เลยครับ

 

#Merchant Partner Team

Be your investment partner

===

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลจาก บทความ “Global Risks ส่องกล้องความเสี่ยงโลก” ธนาคารแห่งประเทศไทย.