การลงทุนแต่ละประแต่ละประเภทให้ผลแตกต่างกันไป ตามโอกาสและความเสี่ยงที่เราต้องแบกรับ

ในภาวะที่ตลาดหุ้นหยุดนิ่ง นอกเหนือจากการลงทุนแบบดั้งเดิมแล้ว การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกก็อาจจะเป็นอีกวิธีที่สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจกับเราอีกเช่นกัน เป็นอีกทางเลือกเพื่อช่วยเป็นเครื่องมือในการกระจายพอร์ตการลงทุนของเรา

 

“สินทรัพย์ทางเลือก” คืออะไร?

หมายถึงสินทรัพย์ที่ไม่ได้อยู่ในประเภท

สินทรัพย์พื้นฐานกระเเสหลัก หรือ การลงทุนทั่วไป (ดังเช่น หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม และเงินสด)

ลักษณะเด่นคือสินทรัพย์การลงทุนทางเลือกส่วนใหญ่ไม่ผันผวนตามอัตราผลตอบแทนผันผวนไม่ค่อยสัมพันธ์กับสินทรัพย์พื้นฐานเท่าไร หรือเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม อีกทั้งสินทรัพย์ทางเลือกบางอย่างยังมีความสเถียรมากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วไป ทำให้เหมาะกับการกระจายการลงทุน ป้องกันความเสี่ยง เช่น ตลาดหุ้นตก การที่นักลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ทางเลือก จะช่วยให้ผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ตมีความเสถียรกว่าการลงทุนในสินทรัพย์เพียงไม่กี่ประเภท

 

อย่างไรก็ตามสินทรัพย์ทางเลือกหลายอย่างจะมีมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง (เมื่อเทียบกับกองทุนรวม) เนื่องจากเป็นตลาดเฉพาะที่มีขนาดไม่ใหญ่ โดยทั่วไปสินทรัพย์ทางเลือกส่วนใหญ่จึงมีสภาพคล่องที่ค่อนข้างต่ำ ไม่มีกฎระเบียบที่แน่นอน จึงมีแนวโน้มที่จะได้เปรียบหรือถูกเอาเปรียบได้ทั้ง 2 ฝ่ายที่ตัดสินใจลงทุน

สินทรัพย์ทางเลือกสามารถแบ่งเป็นประเภทย่อยได้ดังนี้

 

  • การลงทุนในต่างประเทศ

 

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารทุนหรือตราสารหนี้ ทั้งในตลาดโลกหรือเฉพาะเจาะจงในลุ่มประเทศ ทำให้พอร์ตมีผลตอบแทนและความเสี่ยงทั้งสองด้านคือ ภาวะตลาดทุนในประเทศ และการเคลื่อนไหวของอัตตราแลกเปลี่ยน

 

 

  • อสังหาริมทรัพย์
    ที่ดินเปล่า คอนโด ซ่อมแซม ตกแต่งบ้านเก่าแล้วขายต่อ หรือปล่อยเช่า เพื่อรับผลตอบแทนรายเดือน การซื้อที่ดินหรือบ้านเพื่อขายต่ออาจดูเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ และให้ผลกำไรดี อย่างไรก็ตาม การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็มีความเสี่ยง การที่การลงทุนในอสังหาจะประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาวะตลาด, location ของอสังหาฯ ซึ่งล้วนส่งผลต่อราคา และความต้องการ รวมไปถึงผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้อีกด้วย

 

 

 

  • สินค้าโภคภัณฑ์
    เช่น ทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าเกษตร จะมีการเคลื่อนไหวของราคาตามอุปสงค์ของตลาดโลก หมายความว่าผู้ลงทุน จะรับความเสี่ยงอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรฐกิจแชะการเมืองของประเทศมหาอำนาจในโลกเช่นกัน

 

 

 

  • ของสะสม
    นักลงทุนสามารถซื้อหรือขายงานศิลปะและทำกำไรจากของสะสมเหล่านี้ งานศิลปะที่ดีจริงๆ จะเพิ่มมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดี สภาพคล่องของการสะสมงานศิลปะเพื่อขายต่อนั้นอาจจะไม่ดีเท่าสินทรัพย์ประเภทอื่น เนื่องจากภาพศิลปะอาจจะไม่ได้มีผู้ที่ต้องการซื้อตลอดเวลา และค่อนข้างใช้เวลาในการเปลี่ยนมือ นอกจากของสะสมที่คนคุ้นเคยกันดีอย่างงานศิลปะแล้ว ยังมีการลงทุนทางเลือกในปัจจุบันที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในไวน์ชั้นดี (Fine Wine) ซึ่งที่มาของไวน์ที่ได้รับความนิยมคือประเทศฝรั่งเศส หรือลงทุนในสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury Goods) ต่างๆ เช่น นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม ถึงแม้ว่าสินค้าเหล่านี้จะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่นักลงทุนก็ควรทำความเข้าใจและศึกษาความต้องการของตลาดให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
     
  • Private Equity
    Private equity หรือ หุ้นนอกตลาด คือ การลงทุนในหุ้นของบริษัทเอกชนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่เราคุ้นเคยกันดี การลงทุนประเภทนี้แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นที่บริษัทต้อง IPO แล้วนั่นเอง ตัวอย่างของ Private Equity ก็คือ Angel Investor หรือ Venture Capital นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการระดมทุนประเภท equity crowdfunding ที่บริษัทขายหุ้นของตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ นักลงทุนได้รับผลตอบแทนเมื่อบริษัทเหล่านี้เติบโต เนื่องจากมูลค่าบริษัทย่อมเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ดีการลงทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงหากบริษัทที่เข้าไปลงทุนไม่ประสบความสำเร็จหรือผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาด นอกจากนี้ การลงทุน private equity อาศัยเงินลงทุนจำนวนมาก และเป็นการลงทุนระยะยาว นักลงทุนไม่ได้กระแสเงินสดทันที จนกว่าบริษัทที่ลงทุนจะกำไร ฉะนั้น การลงทุนประเภทนี้อาจจะไม่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยที่พึ่งเริ่มต้น

 

 

นักลงทุนที่สนใจลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกนี้  ควรดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะลงทุนทุกครั้งนะครับ

 

Reference

https://www.investopedia.com/terms/a/alternative_investment.asp

https://www.set.or.th/dat/vdoArticle/attachFile/TSI-Article_Inv_Alter_001.pdf

https://www.peerpower.co.th/blog/invest/4-alternative-investment-to-diversify-your-portfolio/

https://youtu.be/pC4cVRhAfHg