ลาก่อนเรื่องหมาๆ สวัสดีเรื่องหมูๆ

ถึงเวลากลับมาหาเงินอีกกันครั้งหลังจากวันหยุดพักผ่อนในเทศกาลปีใหม่ นับเป็นอีกปีที่กรุงเทพยังมีความหนาแน่นมากกว่าปกติในช่วงเทศกาล หลายท่านตัดสินใจที่จะเลือกอยู่ฉลองปีใหม่ในเมืองหลวง ไม่ได้กลับบ้านหรือออกไปเที่ยวที่ไหน อาจะเป็นเพราะภาวะเศรฐกิจ หรือเพราะวันหยุดในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมานี้อาจจะไม่ได้ยาวเผื่อเวลาเดินทางได้แบบปีก่อน ๆ แต่หลายท่านอาจจะยังคงหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ใช้สังสรรค์กับเพื่อน ๆ และครอบครัวไปไม่น้อย

 

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาหากใครยังไม่ได้วางแผนการเงินของปีนี้ ในช่วงอาทิตย์แรกของการทำงานก็ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมเช่นกัน

 

—————————————————————————————————————————

 

 ในเทศกาลปีใหม่แบบนี้หลายคนคงกำลังเพลิดเพลินกับการใช้เงินไปกับการท่องเที่ยว , กินเลี้ยงสันสรรกับครอบครัว หรือพาครอบครัวไปไหว้พระทำบุญต่างๆ เเต่สำหรับบางคนที่ไม่มีเงินเก็บเพราะใช้เงินหมดไปกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว โดยไม่ได้เก็บสำรองไว้ใช้ในช่วงเทศกาล

 ฉะนั้นพอถึงวันเปิดงานวันเเรกเราก็จะต้องกลับมาเริ่มทุ่มเทกับการทำงานหาเงินอีกครั้ง เเละจะดีกว่าไหมถ้าเราจะสามารถเเพลนล่วงหน้าเรื่องค่าใช้จ่ายของเราให้พอมีเงินสำรองใช้ หรือ วิธีที่สามารถเพิ่มพูนทรัพย์ที่เรามีให้มากขึ้น.

 

อย่างเเรกที่ต้องทำในการวางเเผนคือ “การตั้งเป้าหมาย”

ซึ่งเป้าหมายนี้เองจะช่วยเป็นเเรงพลักดันให้เเต่ละคนเริ่มที่จะเพลนการใช้เงินของตัวเอง ว่าจะตัวเองต้องการที่จะบริหารเงินในทิศทางไหน เช่น บางคนเน้นไปางเก็บออม ฝากธนาคารเพื่อรอดอกเบี้ย,บางคนเน้นที่จะจัดสัดส่วนลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟื่อยเพื่อเพิ่มรายรับ หรือบางคนต้องการที่จะทำให้เงินงอกเงยมากขึ้นจากการลงทุนในกองทุนต่างๆ เป็นต้น

 

หลังจากที่เราได้ตั้งเป้าหมายกันเเล้วสิ่งต่อไปก็คือ “การวางแผน”

ซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่เเพ้การเป้าหมายเพราะ การวางเเผนของในเงินที่เรามีว่าเรามีปัญหาเรื่องการใช้เงินบ้างไหมในช่วงปีที่ผ่านมา หรือเราต้องการที่จะเพิ่มรายรับ ก็ต้องมานั่งคิดว่าเราจะเพิ่มรายรับได้จากไหนบ้าง ไม่ว่าจะทำงานพิเศษเพิ่มเติม,ลงทุนซื้อหุ้นต่างๆ เเละอื่นๆที่อิงกับเป้าหมายที่เราได้ตั้งเอาไว้ เเต่กรวางเเผนนี้เราควรมองในระยะยาวอย่างน้อยควรวางแผนการเงินให้มากกว่า1ปี เช่น วางเเผนซื้อประกันเพื่อตอนวัยเกษียณว่าควรเก็บเงินเดือนละเท่าไรเเล้วควรลงทุนด้านไหนเป็นต้น.

ในขั้นตอนต่อจากการวางแผนเเล้วส่วนสำคัญต่อมาคือการ “จัดสัดส่วนเงินที่มี”

 

เพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมว่าเราใช้จ่ายกับเรื่องอะไรมากที่สุด หรือมีเรื่องอะไรที่เป็นจุดรั่วไหลของรายรับของเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินไปกับ ค่าใช้จ่ายรายวัน(ค่ารถ,ค่ากิน),ค่าเดินทางท่องเที่ยว,ค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน,ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนรถ,ค่าใช้จ่ายเพิ่มเอาไว้ลงทุน เเละอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เวลาเราวางเเผนการเงินการจัดสัดส่วนรายรับรายจ่ายนี้จะเป็นตัวหลักในการที่เราจะเล๊งเห็นว่าส่วนไหนที่เราวรลด หรือส่วนไหนที่เราควรเพิ่ม.

 

จบจากการวางแผนการเงินเเละจัดสัดส่วนเเล้วสิ่งต่อไปก็คือการเช็คความคืบหน้าของเเผนที่เราได้วางไว้นั้นคือ “ประเมินการบริหารเงินของเรา”

ประเมินในที่นี้เหมือนเป็นการรีวิวเช็คตัวเองอีกทีว่าที่เราจัดสัดส่วนไว้นั้นเป็นไปตามที่ต้องการหรือเปล่า อย่างเช่น เราจะประหยัดค่าใช้จ่ายจากการช้อปปิ้งทุกเดือนลดค่าใช้จ่ายไม่เกิน500บาทต่อเดือนเพื่อเพิ่มเงินจำนวนนี้ไปลงทุน หรือเก็บออมก็ว่าไป เเล้วสรุปก็มาดูผลลัพท์ที่บัญชีว่าสุดท้ายมียอดรวมมากขึ้นหรือน้อยลงจากก่อนหน้าที่จะวางแผน.

  

เเต่ถ้ายอดรวมกลับน้อยลงกว่าที่เคยเป็นหลายเดือนติดกันก็ควรจะเริ่มกลับมาสังเกตุตัวเองอีกครั้งว่าอะไรคือ”จุดรั่วไหลของแผนการเงิน”

ณ ที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช่จ่ายกับค่ากินต่อเดือนที่มากเกินความจำเป็น,การใช้กับการเที่ยวจนใช้เงินจำนวนมากอย่างเพลิดเพลินจนลืมเเผนการออมหรือลืมิตที่ตั้งไว้

 

สำหรับข้อสุดท้ายที่จะทำให้ทั้งคนที่บริหารเงินเองไม่เป็นหรือไม่สามารถลดรายจ่ายไปมากกว่านี้ได้เเล้วเเต่อยากให้ทรัพย์สินของเราเพิ่มขึ้น หรือสำหรับบางคนที่่เก็บออมเเล้วลดรายจ่ายเเล้วเเต่ต้องการเพิ่มรายได้ “ไม่ใช่เเค่เก็บอย่างเดียว เเต่ต้องเลือกที่จะลงทุน”

ถึงเเม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง เเเต่การไม่ลงทุนนั้นมีความเสี่ยงยิ่งกว่า เพราะถ้าหากเราไม่ลงทุนกับเรื่องอะไรเลยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นหรือว่าในตอนที่เราต้องใช้เงินก้อนจริงๆการลงทุนสามารถเป็นอีกช่องทางรายได้นึงที่ตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่มีว่างไปทำงานเสริม หรือ เเม้เเต่คนที่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุนก็สามารถเลือกลงทุนได้ในหลายๆประเภทไม่ว่าจะเป็นลงทุนไปกับการซื้อหุ้น , ลงทุนในกองทุนรวม ,กองทุนLTF/RMF หรือการลงทุนแบบให้ผู้เชี่ยวชาญคอยดูเเลให้ เพราะในปัจจุบันไม่มีอะไรยากเกินการจะไปถึงเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้.

 ฉะนั้นลองตั้งเป้าหมายในการใช้จ่ายซักข้อที่จะเริ่มทำในปีนี้เพื่อเปลี่ยนการเงินของคุณให้ดีขึ้นเเละถ้าคุณทำสำเร็จเมื่อไรวันนั้นคุณก็จะย้อนกลับมาดูจุดเริ่มต้นได้อีกครั้งอย่างภาคภูมิใจว่าคุณได้เริ่มที่จะทำอะไรใหม่ๆให้ตัวเอง.