ตามติดชีวิตเทรดเดอร์ ตอนที่ 4 : ดูแนวโน้มและทิศทางดัชนีหรือหุ้นรายตัว!

รู้ไลฟ์สไตล์ประจำวันของตัวเองแล้ว? สามารถเลือก Time Frame ที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้แล้ว? ก็ต้องมาศึกษากราฟกันต่อ เพื่อวิเคราะห์ดูว่า แนวโน้มและทิศทางดัชนีหรือหุ้นที่อยู่ในแต่ละ Time Frame กำลังอยู่ในระยะไหน

วิธีที่ง่ายและไม่ซับซ้อนในการประเมินแนวโน้มและทิศทางคือ การใช้ทฤษฎีดาวน์ (Dow Theory) เพื่อวิเคราะห์ให้เห็นภาพว่า ดัชนีหรือหุ้นตัวนั้นอยู่ในระยะ Uptrend, Downtrend หรือ Sideway ซึ่งต้องทำก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหรือขาย และยังนำมาใช้วิเคราะห์ได้กับทุกสินค้าที่มีการเทรดบนโลกนี้อีกด้วย

ถ้าหากเราลองดูดัชนีหรือหุ้นตัวเดียวกัน แต่ต่าง Time Frame ก็จะพบว่า อาจจะมีแนวโน้มที่ไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกันก็ได้

เช่น หุ้นใน Time Frame Day (รายวัน) เป็นขาขึ้น แต่ใน Time Frame 60 นาที อาจจะกำลังพักตัว หรือกำลังกลับตัวเข้าสู่แนวโน้มที่เป็นขาลง ก็จะเป็นสัญญาณเตือนให้เราระมัดระวัง หรือเป็นขาลงมานานแล้ว ใกล้จะมีแนวโน้มใหม่ๆ ที่จะพาดัชนีหรือหุ้นกลับตัวเป็นขาขึ้นหรือยัง

แต่มีสิ่งที่ต้องจำไว้เสมอว่า ถ้าเราวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางของตลาดแล้ว แต่ดันไม่เป็นไปตามที่เรามองไว้ ให้ตีความว่า วิเคราะห์ผิด ยังศึกษากราฟไม่มากพอ เพราะยังไงตลาดก็ “ถูกเสมอ” ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม

แต่บางครั้งนักเก็งกำไรก็อาจจะต้องการเครื่องมือทางเทคนิคอื่นๆ มาช่วยตัดสินใจอีกทาง โดยเฉพาะช่วงที่ดัชนีหรือหุ้นมีความผันผวนสูง และมองไม่ออกว่า หุ้นจะเป็นขาขึ้นต่อไป หรือจะเป็นขาลงในอนาคต จึงมีนักวิเคราะห์ทางเทคนิคคิดค้น “สัญญาณทางเทคนิค (Indicators)” มาเพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นให้มีความแม่นยำมากขึ้น

แต่เจ้า Indicators ที่มีอยู่ในโปรแกรมกราฟมากมาย จะเลือกใช้ตัวไหนดี เพราะ Indicators แต่ละตัวก็ตีความหมายต่างกัน มีความเร็วความช้าในการช่วยตัดสินใจซื้อขายหุ้นที่ไม่เท่ากัน มาติดตามกันต่อในตอนถัดไป “เลือก Indicators ที่ใช่ ใช้ให้เหมาะกับตัวเอง”

โดย: แอดมิน Venus21