กองทุนส่วนบุคคล หรือ Private Fund (PF)นั้น ในปัจจุบันยังคงเป็นบริการระดับพรีเมี่ยม สำหรับนักลงทุนหรือลูกค้าธนาคารที่มีเงินฝากหรือบัญชีเงินที่นำไปลงทุนได้สูงกว่า 40-50 ล้านบาทขึ้นไป โดยจุดขายคือ บริการจัดการเงินลงทุนให้โดยทีมผู้จัดการกองทุน ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญ บนนโยบายที่กำหนดได้ตามความต้องการของนักลงทุนแต่ละรายเลยทีเดียว เรียกได้ว่า บริหารกันแบบตัวต่อตัว เหมือนมีกุนซือจัดทัพลงทุนให้ถึงบ้าน แต่ก่อนที่จะลงรายละเอียดมากขึ้น เรามาดูกันก่อนว่า Private Fund อยู่ตรงไหนของอุตสาหกรรมจัดการกองทุน

Screen Shot 2560-04-15 at 22.08.04.png
ช่องทางการรับบริการการลงทุน (กองทุน)

จากภาพจะเห็นได้ว่า การให้บริการด้านการเงิน สากลจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ โดยพูดง่ายๆคือ

  • แบบให้คำแนะนำด้านการลงทุน แต่ลูกค้าตัดสินใจและทำรายการเอง กับ
  • แบบกำหนดนโยบาย กรอบการลงทุนร่วมกัน และให้ Fund Manager บริหารเงินลงทุนให้เลย

กองทุนส่วนบุคคล เป็นแบบหลัง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยทำไม PF จึงเป็นบริการระดับพรีเมี่ยม เพราะนอกจาก บล. หรือ บลจ. ต้องมีทีมงานจัดการลงทุนที่แข็งแกร่งแล้วยังต้องแบกความรับผิดชอบและความไว้วางใจทั้งหมดที่ลูกค้าได้มอบหมายไว้ให้อีกด้วย

ลงทุนในอะไรได้บ้าง

หากท่านเริ่มสนใจแล้ว (และต้องมีเงินถึงขั้นต่ำด้วยนะ) ต้องสงสัยแน่นอนว่า แล้วนโยบายการลงทุนเป็นอย่างไร กำหนดอะไรได้บ้าง โดยปรกติธุรกิจแล้ว บริการ PF จะยึดถือเอกสาร “สัญญาว่าจ้างจัดการกองทุนส่วนบุคคล” เป็นสำคัญ ซึ่งจะระบุเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ กรอบการลงทุน นโยบาย ค่าธรรมเนียม การจัดทำรายงาน สิทธิ์ของแต่ละฝ่าย การบริหารความเสี่ยง รวมจนไปถึงเงื่อนไขพิเศษอื่นๆของลูกค้าแต่ละราย เช่นกำหนดไม่ให้กองทุนลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน หรือหุ้นบางตัว เป็นต้น

นโยบายจะถูกกำหนดค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และสามารถเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ภายหลัง ภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยปรกติแล้ว กองทุนจะสามารถลงทุนได้แทบทุกสินทรัพย์ที่ลูกค้าเข้าใจและรับความเสี่ยงได้ แต่ปัจจุบันการเลือกลงทุนในอนุพันธ์เพื่อการเก็งกำไร (เกินวงเงิน) ยังไม่สามารถทำได้ ทำได้เพื่อการป้องกันความเสี่ยงขาลง (Hedging) ในขอบเขตจำกัดเท่านั้น

เชื่อใจได้หรือ ?

Screen Shot 2560-04-15 at 23.57.33.pngแน่นอนครับว่า การมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลเงินของเรา ย่อมเป็นกังวลว่า เขาจะหายเข้ากลีบเมฆหรือจะบินไปอยู่เกาะเมื่อไหร่ แต่ … ช้าก่อน อีกความดีงามของ PF คือ “ผู้ดูแลทรัพย์สิน” หรือ Custodian ซึ่งทำหน้าที่ในมุมมองของเจ้าของเงิน สรุปได้ดังนี้

  • เป็นผู้ถือทรัพย์สินของลูกค้า กล่าวคือหลังจากทำสัญญากันเรียบร้อยแล้ว กองทุนจะถูกจัดตั้งขึ้นโดยเงิน/สินทรัพย์ทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาไว้ที่ Cutodian แยกต่างหากออกจากบัญชีของบริษัทจัดการ ผู้จัดการกองทุนที่ได้รับมอบหมายมีสิทธิ์ บริหารจัดการเงินลงทุนได้ แต่ถอนออกหรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ไม่ได้ เผื่อเหตุการณ์ไว้คาดฝันเกิดขึ้น เช่น บริษัทจัดการ ล้มละลาย กองทุนส่วนบุคคลจะยังคงอยู่ ไม่เกี่ยวข้องกัน
  • ปกป้องผลประโยชน์ ดูแลควบคุมให้ธุรกรรมทางการเงินของกองทุนเป็นไปอย่างยุติธรรม เช่น การจัดสรรหุ้น การคำนวณราคาตลาดของหลักทรัพย์ รวมจนถึงการดูแล บริษัทจัดการมิให้ทำเกินขอบเขตของสัญญากองทุนส่วนบุคคล

การมีอยู่ของ Custodian ช่วยให้ธุรกิจ PF มีจุดเด่นที่ชัดเจนมาก เมื่อเทียบกับการรับบริหารพอร์ตหุ้นรายบุคคล (แบบนอกรอบ)ในส่วนของ ความโปร่งใส ยุติธรรม และกระบวนการลดความเสี่ยงสูญหายเงินลงทุน

แต่ถึงแม้จะเป็น Service ที่ทั้ง Premium และ Exclusive ที่ดูยากจะเข้าถึงแค่ไหนก็ตาม ยอดเงินลงทุนด้วย PF กลับโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Double Digit) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนมีมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 755,131 ล้านบาท (ขนาดเงินลงทุนของกองทุนรวม = 4.74 ล้านล้านบาท)

pf4_graph_201702.png
ข้อมูลแสดงจำนวนกองทุนและจำนวนเงินลงทุน จากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)

กองทุนส่วนบุคคล มีข้อดี อย่างไร 

  • มีทีมผู้จัดการกองทุน ช่วยกันดูแลเงินลงทุนของคุณด้วยความรู้และประสบการณ์
  • กำหนดนโยบายการลงทุนและความต้องการอื่นๆ (เช่น เงินปันผล) ได้
  • ผู้จัดการกองทุน วิเคราะห์ เลือกและดำเนินการลงทุน รวมถึงคาดการณ์จังหวะการเข้าลงทุนด้วย
  • คล่องตัวมากกว่า เพราะเลือกประเภทสินทรัพย์ได้หลากหลายกว่า (อนุพันธ์/ETF/ Structured Note และอื่นๆ)
  • คล่องตัวมากกว่า เพราะไม่กำหนดระยะเวลาการลงทุน ลูกค้าเอาเงิน เข้าออก ได้ตลอดเวลา
  • โครงสร้างค่าธรรมเนียม ส่วนแบ่งผลตอบแทน (Profit Sharing) ช่วยให้ลูกค้าและบริษัทจัดการฯ มีเป้าหมายไปทางเดียวกัน คือ มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน บนความเสี่ยงที่น้อยที่สุด

ฟังดูดีเกินจริง แล้วข้อเสียล่ะ

  • การเลือกใช้ PF คือ การตัดสินใจให้ “คนอื่น” บริหารเงินแทน ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากไม่กำหนดนโยบายให้ชัดเจนและตรงตามความต้องการของเรา (ศึกษา Tesla ให้ดีก่อนปล่อยพวงมาลัย)
  • การพิจารณาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจไม่ต้องสูงมากแต่ต้องมี เสถียรภาพ ด้วย เพราะส่วนใหญ่ อยู่ที่ผีมือของผู้จัดการกองทุนว่าจะรับมือในตลาดภาวะผัวผวนต่างๆ ได้ดีเพียงใด
  • เงินลงทุนขั้นต่ำ ค่อนข้างสูงทำให้มีโอกาสเกิดความเสี่ยงกระจุกตัวได้ง่าย

Private Fund เหมาะกับใคร ? เหมาะกับคุณ !

  • ที่เชื่อว่าการลงทุนเป็นเรื่องซีเรียส ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องผู้มีประสบการณ์จัดการให้
  • ทำงานหนัก ไม่มีเวลาศึกษาเรื่องการลงทุน แต่เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ
  • มีเงินก้อนที่ทยอยสะสม และต้องการแบ่งเงินลงทุนบางส่วนให้เริ่มทำงาน
  • ต้องการสร้างผลตอบแทนหลังเกษียณ ให้มีกระแสเงินสดเลี้ยงชีพต่อไปเรื่อยๆ
  • และเหมาะกับทุกๆคนที่ต้องการทำเงินให้เติบโตแบบ Auto Pilot แต่อยู่ในกรอบความเสี่ยงที่ควบคุมได้

ปัจจุบันเท่าที่ทราบ มีบริษัทจัดการเงินลงทุนหลายแห่งได้ ลดจำนวนเงินขั้นต่ำลง ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้เงินถึง 10 ล้าน ก็สามารถจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลได้แล้ว

เนื้อหาเกี่ยวกับ Private Fund ยังคงมีรายละเอียดต่อนะครับ โดยเฉพาะนโยบายการลงทุน และกว่าผู้จัดการกองทุนจะลงทุนในหุ้นได้ซักตัวเนี่ย ต้องผ่านอะไรมาบ้าง อดใจรอได้ในบทความหน้านะครับ